8 อาการ ที่เสี่ยงต่อการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ

 

            ปัญหาสุขภาพของท่านชาย ที่ปัจจุบันพบได้บ่อย สร้างความกังวล และลดความมั่นใจให้กับคุณผู้ชาย คือ ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือภาวะการแข็งตัวของอวัยวะเพศชายไม่เต็มที่ รู้จักกันในชื่อ “Erectile dysfunction”

ภาวะดังกล่าวถือได้ว่าเป็นสัญญาณเตือนของความผิดปกติที่อาจจะเริ่มเกิดในระบบหลอดเลือดและหัวใจ เพราะการแข็งตัวของอวัยวะเพศ ต้องอาศัยการขยายตัวของอวัยวะเพศ มีการไหลเวียนของเลือดที่ดีไปยังอวัยวะเพศ จึงจะเกิดการแข็งตัวขึ้นได้ และกลไกในการแข็งตัวของอวัยวะเพศยังต้องอาศัยเอมไซม์ที่ชื่อว่า nitric oxide synthase ซึ่งมีความสำคัญในการผลิตสารที่ชื่อ nitric oxide ทำให้เกิดการไหลเวียนไปที่อวัยวะเพศดีขึ้น

ปัญหาดังกล่าวมักเริ่มตั้งแต่ มีการแข็งตัวของอวัยวะเพศเมื่อได้รับการกระตุ้นแต่มาอ่อนตัวลงเมื่อจะมีการสอดใส่ บางท่านอาจเป็นรุนแรงถึงขั้นไม่มีการตอบสนองต่อการทำให้เกิดแข็งตัวของอวัยวะเพศ และมีการแข็งตัวของอวัยวะเพศลดลงในช่วงตื่นนอนตอนเช้า
ปัจจัยที่ส่งผลทำให้เกิดปัญหาดังกล่าว เช่น

  • ภาวะความดันโลหิตสูง
  •  โรคเบาหวาน
  • ไขมันในเลือดสูง
  • การสูบบุหรี่เป็นระยะเวลานานๆ
  • การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
  • การลดลงของระดับฮอร์โมนเพศชาย
  • ความเครียดเนื่องจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ
  • อายุที่มากขึ้น และอื่นๆ
    ในผู้ชายอายุ 20-30 ปี มีโอกาสที่จะเจอภาวะดังกล่าวประมาณ 8% ของประชากรในวัยดังกล่าว และเริ่มเพิ่มมากขึ้นเป็น 37% ในช่วงวัย 70-75 ปี
    หากผู้ป่วยบางคนมีภาวะฮอร์โมนเพศชายบกพร่องหรือผลิตน้อยลง ก็จะยิ่งส่งผลทำให้เกิดการลดลงของความต้องการทางเพศ และมีผลต่อการแข็งตัวของอวัยวะเพศร่วมด้วยได้

 

 

การดูแลรักษา
การดูแลรักษาโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือ ภาวะอวัยวะเพศไม่แข็งตัว ( Erectile dysfunction ) ในปัจจุบัน คือ การใช้ยาในกลุ่มPDE-5 inhibitor (Phosphodiesteras-5 inhibitor) ที่ออกฤทธิ์เฉพาะในการขยายหลอดเลือดทำให้การไหลเวียนของเลือดไปที่อวัยวะเพศมีมากขึ้น อวัยวะเพศก็สามารถแข็งตัวได้ดีขึ้น ผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นได้จากการใช้ยา คืออาการปวดศีรษะ คัดจมูก หน้าแดง มองเห็นภาพมีสีฟ้าและอื่นๆ เป็นต้น ยาในกลุ่มดังกล่าวอาจจะไม่เหมาะสมกับผู้ที่มีประวัติการใช้ยาที่มีส่วนผสมของ nitrate เช่นยาอมใต้ลิ้นขยายหลอดเลือดหัวใจ เพราะจะทำให้เกิดภาวะความดันโลหิตลดลงรุนแรง การใช้ยาจึงควรได้รับคำปรึกษากับแพทย์ถึงความปลอดภัยก่อนที่รักษาด้วยยากลุ่มดังกล่าวก่อนเสมอ
ทางเลือกใหม่ในการรักษา จะเป็นการใช้คลื่นกระแทก หรือ Extracorporeal shockwave therapy ซึ่งคลื่นดังกล่าวจะไปช่วยกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมและเสริมสร้างหลอดเลือดใหม่ที่อวัยวะเพศให้ดีขึ้น สามารถใช้ร่วมในการฟื้นฟูและรักษา ถึงแม้ว่าจะมีโรคประจำตัวเช่นโรคเบาหวาน หรือโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน ก็สามารถรับการรักษาได้ หรือจะเป็นการใช้กระบอกสุญญากาศ Vacuum-assisted erection device เพื่อช่วยเพิ่มแรงดันในการไหลเวียนของหลอดเลือดแดง

ในกรณีของผู้ที่มีภาวะฮอร์โมนเพศชายบกพร่องลดลง ซึ่งมักจะมีปัญหาเรื่องของอารมณ์หรือความต้องการทางเพศน้อยลงด้วย สมรรถภาพร่างกายลดถอยลง กล้ามเนื้อเล็กลง อารมณ์แปรปรวน แพทย์อาจจะพิจารณาเรื่องของการรักษาโดยการใช้ฮอร์โมนเพศชายทดแทนเสริมด้วย

การส่งเสริมในเรื่องของโภชนาการและการปฏิบัติตัวที่เหมาะสมก็จะมีส่วนช่วยในเรื่องของการดูแลสุขภาพเพศชายที่ดีขึ้น อันได้แก่

  • การหลีกเลี่ยงไม่รับประทานอาหารหวานและคาร์โบไฮเดรตมากเกินไปเพราะน้ำตาลจะส่งผลเสีย และทำลายหลอดเลือด
  • การควบคุมและรักษาภาวะไขมันคลอเลสเตอรอลให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
  • การได้รับสารอาหารที่กรดอะมิโน arginine สูง จะช่วยระบบการไหลเวียนของเลือดที่ดีขึ้น
  • การได้รับสารอาหารที่มีแร่ธาตุสังกะสีสูง เพราะสังกะสีจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตฮอร์โมนเพศชายที่เรียกว่า testosterone
  • สารอาหารในกลุ่ม flavanoid ที่พบได้ในสมุนไพรไทยเช่นกระชายดำ ก็มีข้อมูลหลักฐานทางการศึกษาที่จะช่วยในเรื่องระบบการไหลเวียนหลอดเลือดให้ดีขึ้น

 

 

 

ขอบคุณที่มา ::vejthani