‘ไวอากร้า’ แต่ละชนิดก่อนเสริมทัพจัดหนัก

                                                   รู้จัก ‘ไวอากร้า’ แต่ละชนิดก่อนเสริมทัพจัดหนัก

HIGHLIGHTS

 MINS. READ

  • กลไกของยาไวอากร้านั้นเกิดจากการแข็งตัวของอวัยวะเพศชาย โดยอาศัยสารไนตริก ออกไซด์ ขยายเส้นเลือดที่ไปหล่อเลี้ยง คงความแข็งตัวของอวัยวะเพศด้วยสารจีเอ็มพี (Cyclic Guanosine Monophosphate)
  • สำหรับผู้หญิงที่มีความผิดปกติทางเพศ และอยากใช้ยาไวอากร้าของเพศหญิง งานวิจัยพบว่า การใช้ยาห้ามฮอร์โมนฟอสโฟไดเอสเทอเรส 5 ไม่ได้ผลชัดเจน เพราะไม่เพิ่มความต้องการทางเพศ
  • กระนั้นในกลุ่มผู้หญิงที่ไม่ถึงจุดสุดยอดจากการใช้ยารักษาภาวะซึมเศร้ากลุ่ม SSRI เมื่อใช้ไวอากร้ากลับทำให้ถึงจุดสุดยอดและมีความสุขมากขึ้น

     ได้ยินเรื่องของไวอากร้ากันมานานแสนนาน โด่ไม่รู้ลม หลายขนานมีมากมายในตลาด แต่รู้ไหมว่า ‘ไวอากร้า’ (Viagra) คืออะไร และในยุคปัจจุบันมียาอะไรที่อยู่ในหมวดของไวอากร้าที่ถูกกฎหมายบ้าง ไปทำความเข้าใจและรู้จักไวอากร้ากันดีกว่า

ในบรรดาความผิดปกติทางเพศของฝ่ายชาย (Sexual Dysfunction) อวัยวะเพศไม่แข็งตัวหรืออีดี (Erectile Dysfunction) เป็นภาวะที่พบบ่อยที่สุด โดยเฉลี่ยพบร้อยละ 16 ในชายอายุต่ำกว่า 30 ปี และ 50-59 ปี พบร้อยละ 7 และ 18 เพิ่มเป็นร้อยละ 37 เมื่ออายุ 70-75 ปี

ขณะที่ความต้องการทางเพศลด (Decreased Libido) โดยมีการพบว่าร้อยละ 5-15 การหลั่งผิดปกติ เช่น หลั่งเร็วหรือหลั่งช้า พบร้อยละ 4 โดยร้อยละ 30 จะมีอีดีร่วมด้วย ซึ่งอีดีนั้น นอกจากรักษาด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และแก้ไขสาเหตุแล้ว ยาที่แนะนำรักษาเป็นอันดับหนึ่ง (First line drug) คือ ยาห้ามฮอร์โมนฟอสโฟไดเอสเทอเรส 5 (Phosphodiesterase-5 inhibitors) รู้จักกันดีในนามของ ‘ไวอากร้า’ ซึ่งเป็นชื่อยายี่ห้อหนึ่งนั่นเองค่ะ

กลไกของไวอากร้านั้นเกิดเนื่องจากการแข็งตัวของอวัยวะเพศชาย โดยอาศัยสารไนตริก ออกไซด์ ขยายเส้นเลือดที่ไปหล่อเลี้ยง คงความแข็งตัวของอวัยวะเพศด้วยสารจีเอ็มพี (Cyclic Guanosine Monophosphate)

ซึ่งฮอร์โมนฟอสโฟไดเอสเทอเรส 5 ทำลายสารจีเอ็มพี จึงทำให้อวัยวะเพศอ่อนตัวลง ส่วนไวอากร้านั้นเป็นยาห้ามฮอร์โมนฟอสโฟไดเอสเทอเรส 5 เมื่อจีเอ็มพีไม่ถูกทำลาย อวัยวะเพศจึงคงแข็งตัวนั่นเองค่ะ

อย่างไรก็ตาม การแข็งตัวตอนแรกหาใช่ว่านกเขาขันแล้วสามารถลุยศึกได้เลยเสียเมื่อไร อ%E

ซื้อยารักษาหย่อนสมรรถภาพฯ ไม่มีใบสั่งยาได้หรือไม่

ซื้อยารักษาหย่อนสมรรถภาพฯ ไม่มีใบสั่งยาได้หรือไม่?(6)

ทำไมยายับยั้งพีดีอี-5 อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพถ้ารับประทานยาโดยปราศจากใบสั่งยาของแพทย์

สิทธิบัตรของบริษัทยาซิลเดนาฟิล(Sildenafil) ซึ่งมีชื่อการค้าว่าไวอากร้า (Viagra) หมดอายุแล้วในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2556 หมายความว่ายาสามัญ (Generic drugs) ของยาซิลเดนาฟิลสามารถออกขายตามร้านยา โดยต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์ บริษัทยาไวอากร้าจึงพยายามที่จะทำให้ยาไวอากร้าพร้อมผ่านเคาน์เตอร์ยา แต่สิ่งเหล่านี้ยังเป็นไปไม่ได้ ยาไวอากร้า เป็นยาต้นแบบ (Original drugs) ได้รับการพัฒนาโดยบริษัทไฟเซอร์ (Pfizer) ในสหรัฐอเมริกาสำหรับการรักษาภาวะหัวใจล้มเหลว นอกจากนี้มีผู้ป่วยจำนวนหนึ่งมีความผิดปกติของการแข็งตัวของอวัยวะเพศอย่างรุนแรง ต้องรักษาโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศด้วยการฉีดยาเข้าองคชาต ยายับยั้งพีดีอี-5 เป็นยาเม็ดรับประทาน ซึ่งหมายความว่า อาจมีผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์เมื่อมีการใช้ยาร่วมกับยาอื่น ๆ การรับประทานยายับยั้งพีดีอี-5 ระหว่างการรักษาด้วยยาไนเตรต (nitrates) อาจเพิ่มผลของการลดความดันโลหิตมากขึ้นซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อผู้ป่วย แพทย์จะระบุว่าการรับประทานยายับยั้งพีดีอี-5 จะปลอดภัย สำหรับผู้ป่วยหรือไม่และตามผลของการใช้เป็นตามความต้องการหรือไม่

ผู้ป่วยสามารถซื้อยายับยั้งพีดีอี-5 ได้ถูกต้องตามกฎหมายได้หรือไม่?

ผู้ป่วยไม่ควรซื้อยายับยั้งพีดีอี-5 โดยไม่มีใบสั่งยาจากแพทย์ อย่างไรก็ตามในต่างประเทศคือประเทศสหราชอาณาจักรเริ่มมีการเสนอแนวคิดวิธีที่ปลอดภัยและถูกต้องตามกฎหมายในการรับยายับยั้งพีดีอี-5 โดยไม่ต้องมีใบสั่งยาล่วงหน้าจากแพทย์ก่อน เพียงแค่กรอกแบบสอบถามพื้นฐานทางการแพทย์แบบสั้นในระหว่างการให้คำปรึกษาออนไลน์ แพทย์ที่ลงทะเบียนในประเทศสหราชอาณาจักร จะเป็นผู้ประเมินผลการตอบแบบสอบถามนี้เพื่อให้แน่ใจว่าการใช้ยายับยั้งพีดีอี-5 จะปลอดภัยสำหรับสุขภาพของผู้ป่วยเนื่องจากยาต้นแบบ (Original drugs) ไวอากร้าของบริษัทไฟเซอร์ (Pfizer) ในสหรัฐอเมริกาต้องการใบสั่งยาที่ถูกต้องทางเวชปฏิบัติของการแพทย์ในการประเมินใบสั่งซื้อยาของผู้ป่วย และถ้าปลอดภัยก็จะได้รับอนุญาตการออกใบสั่งยา ร้านยาในกรุงลอนดอนจะจัดส่งยาในบรรจุภัณฑ์ที่มิดชิดเหมือนปกติทั่วไป ช่วยให้ผู้ป่วยไม่ต้องไปพบแพทย์หรือเภสัชกรของร้านยา เนื่องจากความประหม่าหรือความอาย หากการปรึกษาหารือออนไลน์เสร็จสิ้นก่อนเวลา 16.00 น. (จันทร์-ศุกร์) ยาจะถูกจัดส่งในวันเดียวกันและโดยปกติจะได้รับยาในวันรุ่งขึ้น

จากแนวคิดดังกล่าวจึงเป็นสิ่งที่ท้าทายอย่างมากต่อองค์การอาหารและยาของประเทศ ไทย ในการพิจารณาอนุญาตให้มีการซื้อขายยายับยั้งพีดีอี-5 โดยไม่มีใบสั่งยาจากแพทย์ และจะมีแนวทางป้องกันไม่ให้มีผลอันตรายต่อผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงจากการรับประทานยายับยั้งพีดีอี-5 โดยไม่มีความรู้ในการใช้ยาดังกล่าวได้หรือไม่ ตลอดจนจะเป็นผลดีหรือไม่ ในการลดยาปลอมในตลาดมืดหรือการแอบขายยาพีดีอี-5 ในรูปแบบบรรจุภัณฑ์ต่าง ๆ รวมทั้งการแอบแฝงยายับยั้งพีดีอี-5 ในอาหารเสริมต่าง ๆ

 

 

ขอบคุณที่มาจาก  dailynews

สิ่งที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับ ยา‎ไวอากร้า‬ (‎Viagra‬)

ยากลุ่ม  PDE-5 inhibitors เจอชื่อนี้หลายคนคงบ่นว่าใครจะไปรู้จักยาแบบนี้ แต่หากยกตัวอย่างยาที่โด่งดังที่สุดในกลุ่มนี้ ทุกคนน่าจะร้องอ๋อ นั่นก็คือ ยาไวอากร้า นั่นเอง สิ่งที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับ ‪#‎ไวอากร้า‬ ‪#‎Viagra‬(Viagra เป็นชื่อทางการค้า, โดยชื่อสามัญของยาคือ Sildenafil) ที่จริงยาในกลุ่มนี้ยังมียาตัวอื่น ๆ อีกหลายตัวที่ออกฤทธิ์เหมือนกัน เช่น Vardenafil และ Tadalafil เป็นต้น แต่ความโด่งดัง คุ้นเคยของคนทั่วไปแพ้ไวอากร้าชนิดสู้กันไม่ได้เลยทีเดียว

ยาในกลุ่มนี้ออกฤทธิ์โดยการเพิ่มการไหลของเลือดเข้าไปในองคชาต มีผลทำให้น้องชายแข็งตัวขึ้น!!! แต่สิ่งที่มักเข้าใจผิดมีดังนี้ 

1.กินไวอากร้าแล้วเพิ่มความต้องการทางเพศ จริงหรือ ?

คำตอบคือ “ไม่จริง” จะเห็นว่าจากฤทธิ์ของยา ตัวยาไม่ได้เพิ่มความต้องการทางเพศ เพียงแต่ช่วยให้อวัยวะเพศแข็งตัว ดังนั้นจึงใช้ไม่ได้ในกรณีที่เจ้าตัวไม่ได้มีความต้องการทางเพศ  รวมถึงใช้ไม่ได้ผลในกรณีของการหลั่งเร็ว ใช้ได้ผลเฉพาะแต่ในกรณีของ”นกเขาไม่ขัน”  เท่านั้น แต่ในชีวิตจริงพบว่าหลายครั้งที่มีคนไปซื้อยามากินเพราะเข้าใจผิดคิดว่ายานี้แก้มันได้ทุกอย่าง

2.ถ้าใช้ไวอากร้าในผู้หญิงจะเป็นยังไง ? เสียวนานใช่หรือเปล่า

คำตอบ พบยามีผลเพิ่มการหล่อลื่นในช่องคลอดเท่านั้น แต่ก็ไม่ได้เพิ่มความต้องการทางเพศเช่นกัน

ผลข้างเคียงของยาไวอากร้า

1.ผลข้างเคียงทางตา ทำให้มองเห็นสิ่งรอบตัวเป็นสีเขียว สีฟ้า ไปทุกอย่าง หรือทำให้ตาบอดถาวรได้

2.ปวดศรีษะรุนแรง

3.หัวใจเต้นผิดจังหวะ

4. อาการเจ็บปวดที่อวัยวะเพศ

6.อาการความดนัโลหติสูง

7. อาการข้างเคียง อื่นๆ ปัสสาวะขัดหรืออาจท าให้เกิดทางเดินปัสสาวะอักเสบได้เลย หน้ามืด เหมือนจะเป็ นลม หรือคลื่นไส้อาเจียน ตาพร่ามัวได้

ข้อห้ามใช้อันตรายมากหากฝืน

เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่อยากเอาเตือน เพราะเวลาซื้อตามเวป ส่วนใหญ่จะไม่ได้บอกว่าห้ามใช้กรณีไหนซึ่งอันตรายมาก ยาไวอากร้าห้ามใช้เด็ดขาดในผู้ป่วยที่ใช้ยากลุ่มไนเตรท (organic nitrates) เช่น ยา Isordil (ยาโรคหัวใจ) เพราะยาจะมีปฏิกิริยาต่อกันทำให้เกิดความดันโลหิตต่ำอย่างรุนแรงจนอาจมีอันตรายถึงชีวิตได้ รวมถึงต้องระวังในผู้ที่ใช้ยาลดความดันตัวอื่น รวมถึงผู้ป่วยโรคหัวใจและผู้ที่เป็นโรคตับรุนแรงด้วยผลข้างเคียงของยาไวอากร้ามีอะไรได้บ้าง ที่พบได้บ่อยได้แก่ ปวดหัว หน้าแดง ปวดท้อง รู้อย่างนี้แล้ว คุณผู้ชายทั้งหลายโปรดใช้อย่างระมัดระวังและเข้าใจเสียใหม่นะคะ

 

 

 

ขอบคุณที่มาจาก mamaexpert

การค้นพบครั้งใหญ่ที่เกิดจากความบังเอิญซึ่งนำไปสู่การคิดค้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ยอดนิยมหลายประเภท

การค้นพบครั้งใหญ่ที่เกิดจากความบังเอิญซึ่งนำไปสู่การคิดค้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ยอดนิยมหลายประเภท

มีผลิตภัณฑ์มากมายที่ไม่ได้เกิดขึ้นตามแผนที่วางไว้ แต่กลับกลายเป็นการค้นพบครั้งใหญ่สร้างกำไรมากมายให้ผู้ที่บังเอิญค้นพบผลิตภัณฑ์นั้น

  1. เตาอบไมโครเวฟ – ย้อนไปเมื่อ 60 กว่าปีก่อน คุณ Percy Spencer วิศวกรบริษัท Raytheon ทดลองอุปกรณ์ชนิดหนึ่งเรียกว่า Magnetron ที่ใช้ในระบบเรดาร์ทางการทหาร เขาพบว่าขนมในกระเป๋าเสื้อละลายเมื่อเข้าใกล้อุปกรณ์ดังกล่าว ซึ่งเชื่อว่ารังสีที่ออกมาจาก Magnetron คือสาเหตุที่ทำให้ขนมร้อน นำไปสู่แนวคิดสร้างเตาอบไมโครเวฟสำหรับทำความร้อนให้กับอาหาร กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีใช้เกือบทุกครัวเรือนในปัจจุบัน
  2. แผ่นข้าวโพดอบแห้งหรือ Cornflake – Dr. John Harvey Kellogg ผู้ยึดมั่นกับการไม่ทานเนื้อสัตว์พยายามหาทางทำให้อาหารประเภทผักดูน่ากิน อร่อยและราคาถูก วันหนึ่งเขาปล่อยให้ข้าวสาลีที่ต้มไว้แห้งเหือดเกรอะกรัง เขากับน้องชายจึงพยายามทำให้ข้าวสาลีนั้นกลับมาทานได้อีกโดยผสมรวมกับแป้ง ตัดเป็นท่อนๆจากนั้นนำไปทอดจนกรอบ พบว่านอกจากทานได้แล้วยังอร่อยถูกปาก ต่อมาคุณ Kellogg ได้เปลี่ยนจากข้าวสาลีเป็นข้าวโพด กลายเป็นอร่อยกว่าเดิมจึงได้เริ่มนำออกแจกจ่ายและขายจนกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ปฏิวัติอาหารเช้าของผู้คนทั่วโลก
  3. สารให้ความหวานหรือน้ำตาลเทียม – เมื่อ 132 ปีที่แล้วนักเคมีผู้หนึ่งชื่อ Constantine Fahlberg ทำงานกับน้ำมันถ่านหินทั้งวันและกลับบ้านทานอาหารค่ำโดยลืมล้างมือก่อน ขณะทานอาหารเขาสังเกตุว่ามือที่มีแต่คราบสกปรกนั้นหยิบจับอะไรเข้าปากก็หวานไปหมด จึงเกิดความคิดว่าเป็นเพราะสารเคมีตกค้างที่ติดกับมือแน่ๆที่ทำให้อาหารหวานเช่นนั้น นำไปสู่การคิดค้นสารให้ความหวานหรือน้ำตาลเทียม โดยบริษัทที่ผลิตน้ำตาลเทียมสำเร็จเจ้าแรกคือ Monsanto ภายใต้ชื่อ NutraSweet
  4. ยารักษาผมร่วง Minoxidil – ยารักษาผมร่วงยี่ห้อ Rogaine ของบริษัท Johnson & Johnson เกิดขึ้นจากผลข้างเคียงของการกินยาลดความดันเลือด Loniten ซึ่งทำให้ผู้ป่วยผมดกดำ จึงทำให้เกิดการพัฒนาเป็นยารักษาผมร่วงยอดนิยม
  5. ยา Viagra – เกิดจากผลข้างเคียงของการกินยาลดอาการของโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน โดยบริษัท Pfizer ทดสอบยารักษาโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันกลับผู้ป่วยแต่ล้มเหลว แต่กลับเกิดผลข้างเคียงบางอย่างกับผู้ป่วยขึ้นแทน นำไปสู่การพัฒนายาไวอะกร้าในที่สุด

 

 

ขอบคุณที่มาจาก  voathai

ไวอากร้า(Viagra) ยาปลุกเซ็กส์สำหรับท่านชาย

                      ไวอากร้า-ยาปลุกเซ็กส์ชาย

ไวอากร้า(Viagra) ยาปลุกเซ็กส์สำหรับท่านชาย

สามารถออกฤิทธิ์ได้นานถึง 4 ชั่วโมง มีขนาดความแรง 3 ขนาด คือ 25 , 50 และ 100 mg ขนาดยาที่แนะนำให้ใช้คือ 50 mg รับประทานเพื่อปลุกเซ็กส์ก่อนมี SEX ประมาณ 1 ชม. อาจเพิ่มขนาดยา เป็น 100 mg.หรือลดลงเป็น 25 mg. ขึ้นกับประสิทธิผลและการทนทานต่อผลข้างเคียงของยาปลุกเซ็ก ขนาดสูงสุดที่แนะนำ คือ 100 mg หากใช้ยาไวอกร้าในขนาดสูงเกินไป ผลข้างเคียงจะเพิ่มขึ้น หากใช้ยาไวอากร้าในขนาดต่ำเกินไปจะไม่ได้ผล การดูดซึมของยาปลุกเซ็กส์นี้ถูกรบกวนโดยอาหาร ควรรับประทานยาไวอากร้า ในขณะท้องว่างได้แก่ ก่อนอาหารประมาณ 30 นาที หรือหลังอาหารประมาณ 2 ชั่วโมง ซึ่งในกรณีนี้ ยาปลุกเซ็กชายจะถูกดูดซึมไปใช้ประโยชน์

คำเตือนและข้อควรระวังสำหรับการใช้ยาปลุกเซ็กส์ในกลุ่ม Viagra และCialis

– ยาปลุกเซ็กนี้จะออกฤทธิ์ก็ต่อเมื่อ มีการหลั่งสารไซคลิกจีเอ็มพีแล้ว หมายความว่า ต้องมีการกระตุ้นทางเพศ และผู้ใช้ยาปลุกเซ็กส์ต้องมีความต้องการทางเพศเกิดขึ้นด้วยยาปลุกอารมณ์นี้จึงจะเข้ามาช่วยคงสภาพการแข็งตัวในผู้ที่มีปัญหา ดังนั้นยาไวอากร้านี้จะไม่ช่วยปลุกอารมณ์ทางเพศ หรือทำให้พลังทางเพศเพิ่มสูงขึ้น และไม่ช่วยให้ร่วมเพศได้นานขึ้น หรือบ่อยครั้งขึ้น
– ห้ามใช้ในเด็กและสตรี
– ผู้ที่จะได้รับยาไวอากร้า ควรได้รับการซักประวัติและตรวจร่างกายจากแพทย์ เพื่อให้แพทย์เลือกวิธีการ รักษาที่เหมาะสม ตลอดจนเป็นการป้องกันอันตรายอันอาจเกิดจากการใช้ยาปลุกเซ็กส์
และอันตรายอันอาจ เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ในผู้ป่วยบางประเภท เช่นผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับหลอดเลือดและหัวใจ เป็นต้น
– ความถี่ในการรับประทานยาปลุกเซ็กส์สูงสุดไม่เกิน 1 ครั้งต่อวัน

 

 

 

ขอบคุณที่มาจาก maxforsex

Viagra หรือ Cialis: ผงดิบที่ดีกว่าคืออะไร?

                                      Viagra หรือ Cialis: ผงดิบที่ดีกว่าคืออะไร?

อะไรคือสิ่งที่ดีกว่า Viagra หรือ Cialis?

ดูเหมือนจะให้ประโยชน์มากกว่า สำหรับคุณลักษณะที่พึงปรารถนามากที่สุดสำหรับยาหย่อนสมรรถภาพทางเพศรวมถึงระยะเวลาการดำเนินการการเริ่มมีอาการและผลข้างเคียง อย่างไรก็ตาม Viagra มีค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่าเป็นยาทั่วไป Sildenafil


Cialis ผงดิบคืออะไร?

Cialis เป็นชื่อแบรนด์ของยา ซึ่งล่าสุดได้กลายเป็นทางเลือกที่นิยมในหมู่ผู้ที่มองหาการรักษาความผิดปกติของการแข็งตัวของอวัยวะเพศที่มีประสิทธิภาพและยาวนาน Cialis Daily เป็นยาเม็ดที่มีปริมาณต่ำซึ่งจะถูกนำมาใช้วันละครั้งและช่วยให้คุณสามารถลุกได้ทุกเวลาทั้งกลางวันและกลางคืน Cialis 36 ชั่วโมงใช้เวลา 15-20 นาทีก่อนเพศและทำงานได้นานถึง 36 ชั่วโมง


Viagra คืออะไร?

Viagra เป็นวิธีการรักษาที่มีชื่อเสียงที่สุดสำหรับความผิดปกติของระบบประสาทและได้รับอนุญาตให้ใช้งานมานานกว่า 15 ปี ผู้คนนับล้านทั่วโลกได้พบว่าเป็นการรักษาที่มีประสิทธิภาพมาก ตั้งแต่ 2013 Viagra มีให้บริการเป็นยาทั่วไปที่เรียกว่า . เป็นผลให้ราคาของ Sildenafil ลดลงอย่างมาก


Cialis และ Viagra ทำงานอย่างไร?

Cialis เช่น Viagra (Sildenafil) เป็นสิ่งที่เรียกว่าตัวยับยั้ง PDE-5 เมื่อกระตุ้นทางเพศระดับ PDE-5 ของยารักษาสภาพกล้ามเนื้อที่ผ่อนคลายและเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังอวัยวะเพศชายเพื่ออำนวยความสะดวกในการแข็งตัวของอวัยวะเพศ สารยับยั้ง PDE-5 ไม่เพิ่มความสนใจหรือความต้องการทางเพศและใช้เฉพาะในการรักษาปัญหาทางกายภาพที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของระบบประสาท

อะไรคือสิ่งที่ดีกว่า Viagra หรือ Cialis?


Cialis ทำงานได้เร็วกว่า Viagra หรือไม่?

แม้ว่า Cialis จะมีการโจมตีอย่างรวดเร็ว Cialis ทำงานได้เร็วกว่า Viagra เล็กน้อยเล็กน้อย ขณะที่ Viagra ใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที Cialis สามารถทำงานได้ใน 15-20 นาที นอกจากนี้ Cialis ยังมีบริการเป็น Cialis Daily ซึ่งจะถูกนำมาใช้วันละครั้งและจะช่วยให้คุณสามารถสร้างอวัยวะเพศได้ตลอดเวลาตลอดทั้งวัน ผู้ชนะ: Cialis


Cialis มีอายุการใช้งานนานกว่า Viagra หรือไม่?

Cialis มีอายุใช้งานนานกว่า Viagra และสามารถอยู่ในร่างกายได้นานถึง 36 ชั่วโมง นี้ได้รับมันชื่อเสียงของ “ยาวันหยุดสุดสัปดาห์” นี่เป็นประโยชน์กับคุณเพราะคุณไม่จำเป็นต้องวางแผนล่วงหน้าเพื่อให้ได้ใกล้เคียงกับกิจกรรมทางเพศที่คาดไว้ แต่สามารถใช้ประโยชน์ได้ถึง 12 และใช้เวลา 36 ชั่วโมงหลังจากที่ได้รับ ผู้ชนะ: Cialis


Viagra มีประสิทธิภาพมากกว่า Cialis หรือไม่?

ยาทั้งสองมีอัตราความสำเร็จสูงช่วยให้ผู้ชายส่วนใหญ่สามารถควบคุมการแข็งตัวของอวัยวะเพศได้ ในการทดลองทางคลินิกสำหรับ Viagra Viagra 100mg มีประสิทธิภาพในการรักษาผู้ป่วยจำนวน 82% ในข้อมูลการทดลองทางคลินิกสำหรับ Cialis พบว่าร้อยละ 81 ของผู้ป่วยพบว่า Cialis ช่วยให้อาการดีขึ้น ข้อมูลการทดลองทางคลินิกระบุว่าทั้งสองอย่างมีประสิทธิภาพและไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญระหว่างทั้งสองยา ผู้ชนะ: วาด


Cialis มีผลข้างเคียงน้อยกว่า Viagra หรือไม่?

เนื่องจากยาเสพติดทั้งสองทำงานในลักษณะเดียวกันพวกเขามีส่วนร่วมหลายผลข้างเคียงเดียวกัน ซึ่งรวมถึงการล้างหน้าปวดหัวและไม่ย่อย อย่างไรก็ตาม Viagra ยังมีผลกระทบอื่น ๆ อีกซึ่งดูเหมือนจะไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้ Cialis ในลักษณะเดียวกันเช่นการผื่นแดงการมองเห็นและการท้องร่วง อาการปวดศีรษะเกิดขึ้นได้บ่อยกว่ากับ Viagra แต่อาจใช้เวลานานกว่ากับ Cialis หากสิ่งเหล่านี้ส่งผลต่อคุณหลังจากใช้ Viagra ยา Cialis อาจเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า ผู้ชนะ: Cialis


สรุป: ดีกว่า – vs ?

ผงดิเอตัสเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพในการรักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ผง Cialis ดิบดูเหมือนจะให้ประโยชน์มากกว่า Viagra สำหรับคุณลักษณะที่พึงปรารถนาที่สุดสำหรับยาหย่อนสมรรถภาพทางเพศรวมถึงระยะเวลาการดำเนินการการเริ่มมีอาการและผลข้างเคียง อย่างไรก็ตาม Viagra มีค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่าเป็นยาทั่วไป Sildenafil เราสรุปได้ว่าถ้าค่าใช้จ่ายไม่ได้เป็นปัจจัย Cialis ผงดิบเป็นวิธีที่ดีกว่าสำหรับความผิดปกติลุก

 

 

 

ขอบคุณที่มาจาก aasraw

รู้จัก ‘ไวอากร้า’ แต่ละชนิดก่อนเสริมทัพจัดหนัก

     รู้จัก ‘ไวอากร้า’ แต่ละชนิดก่อนเสริมทัพจัดหนัก

HIGHLIGHTS
4 MINS. READ
  • กลไกของยาไวอากร้านั้นเกิดจากการแข็งตัวของอวัยวะเพศชาย โดยอาศัยสารไนตริก ออกไซด์ ขยายเส้นเลือดที่ไปหล่อเลี้ยง คงความแข็งตัวของอวัยวะเพศด้วยสารจีเอ็มพี (Cyclic Guanosine Monophosphate)
  • สำหรับผู้หญิงที่มีความผิดปกติทางเพศ และอยากใช้ยาไวอากร้าของเพศหญิง งานวิจัยพบว่า การใช้ยาห้ามฮอร์โมนฟอสโฟไดเอสเทอเรส 5 ไม่ได้ผลชัดเจน เพราะไม่เพิ่มความต้องการทางเพศ
  • กระนั้นในกลุ่มผู้หญิงที่ไม่ถึงจุดสุดยอดจากการใช้ยารักษาภาวะซึมเศร้ากลุ่ม SSRI เมื่อใช้ไวอากร้ากลับทำให้ถึงจุดสุดยอดและมีความสุขมากขึ้น

     ได้ยินเรื่องของไวอากร้ากันมานานแสนนาน โด่ไม่รู้ลม หลายขนานมีมากมายในตลาด แต่รู้ไหมว่า ‘ไวอากร้า’ (Viagra) คืออะไร และในยุคปัจจุบันมียาอะไรที่อยู่ในหมวดของไวอากร้าที่ถูกกฎหมายบ้าง ไปทำความเข้าใจและรู้จักไวอากร้ากันดีกว่า

ในบรรดาความผิดปกติทางเพศของฝ่ายชาย (Sexual Dysfunction) อวัยวะเพศไม่แข็งตัวหรืออีดี (Erectile Dysfunction) เป็นภาวะที่พบบ่อยที่สุด โดยเฉลี่ยพบร้อยละ 16 ในชายอายุต่ำกว่า 30 ปี และ 50-59 ปี พบร้อยละ 7 และ 18 เพิ่มเป็นร้อยละ 37 เมื่ออายุ 70-75 ปี

ขณะที่ความต้องการทางเพศลด (Decreased Libido) โดยมีการพบว่าร้อยละ 5-15 การหลั่งผิดปกติ เช่น หลั่งเร็วหรือหลั่งช้า พบร้อยละ 4 โดยร้อยละ 30 จะมีอีดีร่วมด้วย ซึ่งอีดีนั้น นอกจากรักษาด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และแก้ไขสาเหตุแล้ว ยาที่แนะนำรักษาเป็นอันดับหนึ่ง (First line drug) คือ ยาห้ามฮอร์โมนฟอสโฟไดเอสเทอเรส 5 (Phosphodiesterase-5 inhibitors) รู้จักกันดีในนามของ ‘ไวอากร้า’ ซึ่งเป็นชื่อยายี่ห้อหนึ่งนั่นเองค่ะ

กลไกของไวอากร้านั้นเกิดเนื่องจากการแข็งตัวของอวัยวะเพศชาย โดยอาศัยสารไนตริก ออกไซด์ ขยายเส้นเลือดที่ไปหล่อเลี้ยง คงความแข็งตัวของอวัยวะเพศด้วยสารจีเอ็มพี (Cyclic Guanosine Monophosphate)

ซึ่งฮอร์โมนฟอสโฟไดเอสเทอเรส 5 ทำลายสารจีเอ็มพี จึงทำให้อวัยวะเพศอ่อนตัวลง ส่วนไวอากร้านั้นเป็นยาห้ามฮอร์โมนฟอสโฟไดเอสเทอเรส 5 เมื่อจีเอ็มพีไม่ถูกทำลาย อวัยวะเพศจึงคงแข็งตัวนั่นเองค่ะ

อย่างไรก็ตาม การแข็งตัวตอนแรกหาใช่ว่านกเขาขันแล้วสามารถลุยศึกได้เลยเสียเมื่อไร อย่าเข้าใจผิด เพราะต้องอาศัยการเล้าโลม และบรรยากาศที่เหมาะสมเช่นกัน

ชนิดของยาปลุกความคึก (หรือยาห้ามฮอร์โมนฟอสโฟไดเอสเทอเรส 5) ที่มีจำหน่ายในตลาดมี 4 ชนิดดังนี้  

1. Sildenafil ชื่อการค้าคือไวอากร้า (Viagra)

ข้อดี: ใช้มานาน จึงทราบผลดีผลเสียมากสุด ใช้ได้ผลร้อยละ 57 ขณะยาหลอกได้ผล ร้อยละ 21 สามารถเพิ่มอารมณ์ทางเพศได้ด้วย

ข้อเสีย: ต้องกินก่อนมีเพศสัมพันธ์ 1 ชั่วโมง กินตอนท้องว่าง ดังนั้นต้องเป็นเพศสัมพันธ์ที่วางแผน มีระยะเวลาออกฤทธิ์สั้น 4 ชั่วโมง เป็นยี่ห้อเดียวที่มีผลต่อจอตา (Retina) โดยร้อยละ 3 จะเห็นทุกอย่างกลายเป็นสีฟ้า แต่หายเองภายใน 2-3 ชั่วโมง

2. Vardenafil ชื่อการค้าคือ เลวิตร้า (Levitra) ใช้ได้ผลเมื่อเทียบกับยาหลอก ร้อยละ 65-80 /50

ข้อดี: ระยะเวลาออกฤทธิ์เท่ากับไวอากร้า แต่ออกฤทธิ์ได้เร็วกว่า 1 ชั่วโมง เพราะสร้างเป็นแบบละลายในปาก ได้ผลดีต้องกินพร้อมอาหารหรือหลังอาหารทันที

3. Tadalafil ชื่อการค้าคือ เซียลิส (Cialis) ชื่อเล่นว่ายาวันหยุด (Holiday pill) ใช้ได้ผลเมื่อเทียบกับยาหลอก ร้อยละ 45-50 /13

ข้อดี: เป็นที่นิยม เพราะออกฤทธิ์ยาวถึง 24 ชั่วโมง โดยเริ่ม 1 ชั่วโมงหลังกิน

4. Avanafil ชื่อการค้าคือสเตนดร้า (Stendra) เป็นยาตัวใหม่ ที่ได้รับการรับรองจากอเมริกาและยุโรป

ข้อเสีย: ระยะเวลาออกฤทธิ์สั้นเท่ากับไวอากร้า แต่เป็นยาตัวเดียวที่ออกฤทธิ์ได้เร็วภายใน 15 นาทีหลังกินยา ยานี้ไม่เกี่ยวกับอาหาร กินก่อนหรือหลังอาหารก็ได้

ข้อเสีย: มีข้อห้ามคือยานี้ห้ามใช้ในคนที่กินยาไนเตรท เพราะจะเกิดความดันโลหิตต่ำจนเสียชีวิตได้ หากใช้ต้องหยุดยา 24-48 ชั่วโมงก่อนใช้ ส่วนผลข้างเคียงที่พบบ่อย เกิดจากอาการของเส้นเลือดขยายทั่วร่างกาย หน้าแดง ร้อนวูบวาบ ปวดหัว คลื่นไส้ คัดจมูก

ทั้งนี้ยาทั้ง 4 ชนิดข้างต้นมีผลข้างเคียงคล้ายกัน

ผู้หญิงใช้ยาไวอากร้าได้ไหม

สำหรับผู้หญิงที่มีความผิดปกติทางเพศ งานวิจัยพบว่า การใช้ยาห้ามฮอร์โมนฟอสโฟไดเอสเทอเรส 5 ไม่ได้ผลชัดเจน ไม่เพิ่มความต้องการทางเพศ แต่ได้ผลในกลุ่มผู้หญิงที่ไม่ถึงจุดสุดยอดจากการใช้ยารักษาภาวะซึมเศร้ากลุ่ม SSRI คนกลุ่มนี้รายงานว่าการใช้ไวอากร้าทำให้ถึงจุดสุดยอดและมีความสุขมากขึ้น

ขอบคุณที่มาจาก thestandard

Viagra vs. Sidegra ยารักษาอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ต่างกันอย่างไร?

Viagra vs. Sidegra ยารักษาอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ต่างกันอย่างไร?

#Viagra vs. #Sidegra
#ยารักษาอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
ต่างกันอย่างไร?

#viagraคือยาอะไร??

Viagra® จริงๆแล้วเป็นชื่อการค้าของบริษัท ไฟเซอร์มีชื่อสามัญทางยาว่า Sildenafil (ซิลเดนาฟิล) ใช้รักษาอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรืออีดี (Erectile Dysfunction) โดยยาจะไปออกฤทธิ์กักเลือดที่ไหลไปเลี้ยงอวัยวะเพศชายให้อยู่ที่บริเวณ ช่วยคงสภาพการขยายตัวของหลอดเลือดในอวัยวะเพศชายให้ขยายตัวอยู่นานเพียงพอสำหรับการร่วมเพศ ทำให้อวัยวะเพศแข็งตัวนานขึ้น การขยายตัวของหลอดเลือดในอวัยวะเพศชาย เป็นผลมาจากการกระตุ้นที่ผนังหลอดเลือดด้วยสารเคมีชนิดหนึ่งที่ร่างกายสร้างขึ้นชื่อ ไซคลิก-จีเอ็มพี (C-GMP) สารนี้จะถูกสร้างขึ้นเมื่อได้รับการกระตุ้นทางเพศ ออกฤทธิ์ขยายหลอดเลือดแดง แล้วจะถูกทำลายลง มิฉะนั้น จะทำให้เกิดปัญหาการแข็งตัวของอวัยวะเพศที่ไม่ยอมคลายตัว ทำให้เกิดความเจ็บปวดอย่างมาก สารที่ทำหน้าที่ทำลายมีคุณสมบัติเป็นเอนไซม์ มีชื่อว่า ฟอสโฟ ไดเอสเตอเรส-5 ซึ่งยา Viagra® จะออกฤทธิ์โดยการขัดขวางการทำงานของเอนไซม์นี้

ดังนั้น ไซคลิก-จีเอ็มพี จะถูกทำลายน้อยลง ส่งผลให้หลอดเลือดขยายตัวอยู่ได้ต่อไป สำหรับคนที่ไม่มีปัญหาดังกล่าว สารทั้งสองจะทำงานเป็นไปอย่างสมดุล ทำให้การแข็งตัวเกิดขึ้นนานเพียงพอสำหรับการร่วมเพศ แต่ในผู้ที่มีปัญหาการแข็งตัวของอวัยวะเพศ ความสมดุลนี้จะเสียไป ทำให้ยา Viagra® เข้ามามีบทบาทแก้ปัญหาดังกล่าว

#viagraใช้อย่างไรให้ปลอดภัย?

ดังได้กล่าวมาแล้ว ว่ายานี้จะออกฤทธิ์ต่อเมื่อมีการหลั่งสาร ไซคลิก-จีเอ็มพี หมายถึงว่า ต้องมีการกระตุ้นทางเพศเกิดขึ้นก่อน และต้องมีความต้องการทางเพศเกิดขึ้นด้วย และยาจะเข้ามาช่วยคงสภาพให้การแข็งตัวเพียงพอปฏิบัติภารกิจให้เสร็จสิ้นสมบูรณ์ ดังนั้น ยานี้จะไม่ช่วยปลุกอารมณ์ทางเพศ ไม่ช่วยทำให้พลังทางเพศเพิ่มสูงขึ้น และไม่ช่วยให้ร่วมเพศได้นานขึ้น เพราะฉะนั้น การใช้ยาควรอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของแพทย์ ขนาดยาที่ใช้ในการรักษาคือ 25-100 มิลลิกรัม รับประทาน 1 ชั่วโมงก่อนมีเพศสัมพันธ์ และหลังอาหารอย่างน้อย 2 ชั่วโมง อาการข้างเคียงที่อาจพบได้คือ ปวดศีรษะ, หน้าแดง, ร้อนวูบวาบ, คลื่นไส้, ตาพร่ามัว หรือมองเห็นแสงสีฟ้าสีเขียว หรือ อวัยวะเพศแข็งตัวนานเกินไป

#Sidegraคือยาอะไร?
Sidegra® เป็นชื่อการค้าผลิตโดย องค์การเภสัชกรรมและมีชื่อสามัญทางยาว่า Sildenafil (ซิลเดนาฟิล) หมายความว่าเป็นยาตัวเดียวกันน่านแหละครับ องค์การเภสัชเค้าผลิตออกมาเป็นยารักษาอาการเช่นเดียวกับ viagra เด่ะๆ

#viagra_และ_sidegra_เป็นยาควบคุมพิเศษ

ยาชนิดนี้แพทย์ต้องออกใบสั่งยาให้แล้วจึงนำไปซื้อที่ร้านยาที่ได้รับอนุญาตให้ขายได้ครับ
หรือซื้อจากทาง รพ ที่แพทย์ผู้ออกใบสั่งยาประจำอยู่ก็ได้ครับ เนื่องจากยาชนิดนี้อยู่ในกลุ่มยาควบคุมพิเศษ ครับ
คำเตือนยาในกลุ่มนี้ความใช้อย่างระมัดระวังและอยู่ในความดูแลของแพทย์ด้วยครับ ผู้ป่วยโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง รวมถึงผู้ที่รับประทานยาที่มีผลลดความดันโลหิตควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ครับ #ไม่แนะนำให้ซื้อหามากินเองครับ

หรือไม่แน่ใจอะไร แวะไปขอคำปรึกษาจากเภสัชกรใจดี ที่ร้านยาใกล้ๆบ้านคุณได้เลยนะครับ

 

 

ขอบคุุณที่มา

มารู้จักยาไวอากร้า (Viagra®) เป็นอย่างไรมารู้จักกันเถอะ….??

        สำหรับคนทั้งหลายโดยเฉพาะท่านชายน้อย ชายใหญ่ คงรู้จัก หรือเคยได้ยินชื่อ ยาไวอากร้า (Viagra®) ท่านชายหลายท่านคิดว่า ยาไวอากร้า จะช่วยกระตุ้นให้น้องชายแข็งแรง พร้อมออกศึก แต่หลายท่านที่เคยมีประวัติว่า นกเขาไม่ขัน แล้วมากินยาตัวนี้ก็มักจะบ่น ๆ ว่า น้องชายก็ยังไม่พร้อมออกศึกซักที ไม่ใช่ว่ายาไม่ดี หรือ เป็นยาปลอม แต่ทว่า มีปัจจัยหนึ่งที่เกี่ยวข้องด้วยคือ อารมณ์…เรามาดูขบวนการก่อนนะครับ ว่ากว่าน้องชายจะพร้อมออกศึกต้องมีอะไรมาเกี่ยวข้องบ้าง โดยทั่วไปแล้ว อวัยวะเพศชายจะแข็งตัวพร้อมออกศึกนั้น ต้องมีการทำงานของหลาย ๆ ระบบประกอบกัน โดยเริ่มจากต้องมี       สิ่งเร้า มากระตุ้นให้เกิดอารมณ์ทางเพศ เมื่อเกิดอารมณ์ทางเพศ สมองก็จะส่งสัญญาณผ่านทางระบบประสาทไปที่อวัยวะเพศชาย กระตุ้นให้หลอดเลือดที่อวัยวะเพศขยายตัว มีเลือดมาคั่งมากขึ้น จนอวัยวะเพศมีขนาดใหญ่และแข็งตัว แต่ถ้าหากมีสิ่งเร้ามากระตุ้นให้เกิดอารมณ์ทางเพศแล้ว แต่นกเขาไม่ขัน น้องชายไม่พร้อมออกศึก เราเรียกอาการนี้ว่า “ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ” หรือ Erectile Dysfunction (ED)
สาเหตุของการเกิดภาวะ หย่อนสมรรถภาพทางเพศ เกิดจากหลายสาเหตุ เช่น สภาวะโรคต่าง ๆ โรคเบาหวาน โรคหัวใจ  ปัญหาทางอารมณ์ การสูบบุหรี่ การดื่มเหล้า  หรือจากยาบางตัวบางกลุ่ม
เมื่อเกิดภาวะดังกล่าว หลายท่านคงนึกถึงยาในฝันยา นั่นคือ ไวอากร้า (Viagra®) ซึ่งคิดว่าจะช่วยให้น้องชายพร้อมออกศึกได้ โดยไม่คำนึงว่าจะมีอารมณ์ทางเพศหรือไม่ก็ตาม แต่ความจริงแล้วไม่เป็นเช่นนั้น หากไม่มีการกระตุ้นให้เกิดอารมณ์ทางเพศ ยาในฝันของท่านก็ช่วยอะไรไม่ได้เลย เพราะกลไกของยาไม่ได้ทำให้อวัยวะเพศแข็งตัวได้อย่างเต็มที่
เรามาทำความรู้จักยา ไวอากร้า (Viagra®อย่างจริงจังกันหน่อยนะครับ
     Viagra® จริงๆแล้วเป็นชื่อการค้า มีชื่อสามัญทางยาว่า Sildenafil (ซิลเดนาฟิล) ซึ่งยาจะไปออกฤทธิ์กักเลือดที่ไหลไปเลี้ยงอวัยวะเพศชายให้อยู่ที่บริเวณ ช่วยคงสภาพการขยายตัวของหลอดเลือดในอวัยวะเพศชายให้ขยายตัวอยู่นานเพียงพอสำหรับการร่วมเพศ ทำให้อวัยวะเพศแข็งตัวนานขึ้น  การขยายตัวของหลอดเลือดในอวัยวะเพศชาย เป็นผลมาจากการกระตุ้นที่ผนังหลอดเลือดด้วยสารเคมีชนิดหนึ่งที่ร่างกายสร้างขึ้นชื่อ ไซคลิก-จีเอ็มพี (C-GMP) สารนี้จะถูกสร้างขึ้นเมื่อได้รับการกระตุ้นทางเพศ ออกฤทธิ์ขยายหลอดเลือดแดง แล้วจะถูกทำลายลง มิฉะนั้น จะทำให้เกิดปัญหาการแข็งตัวของอวัยวะเพศที่ไม่ยอมคลายตัว ทำให้เกิดความเจ็บปวดอย่างมาก สารที่ทำหน้าที่ทำลายมีคุณสมบัติเป็นเอนไซม์ มีชื่อว่า ฟอสโฟ ไดเอสเตอเรส-5 ซึ่งยา Viagra® จะออกฤทธิ์โดยการขัดขวางการทำงานของเอนไซม์นี้ ดังนั้น ไซคลิก-จีเอ็มพี จะถูกทำลายน้อยลง ส่งผลให้หลอดเลือดขยายตัวอยู่ได้ต่อไป สำหรับคนที่ไม่มีปัญหาดังกล่าว สารทั้งสองจะทำงานเป็นไปอย่างสมดุล ทำให้การแข็งตัวเกิดขึ้นนานเพียงพอสำหรับการร่วมเพศ แต่ในผู้ที่มีปัญหาการแข็งตัวของอวัยวะเพศ ความสมดุลนี้จะเสียไป ทำให้ยา Viagra® เข้ามามีบทบาทแก้ปัญหาดังกล่าว
ดังได้กล่าวมาแล้ว ว่ายานี้จะออกฤทธิ์ต่อเมื่อมีการหลั่งสาร ไซคลิก-จีเอ็มพี หมายถึงว่า ต้องมีการกระตุ้นทางเพศเกิดขึ้นก่อน และต้องมีความต้องการทางเพศเกิดขึ้นด้วย และยาจะเข้ามาช่วยคงสภาพให้การแข็งตัวเพียงพอปฏิบัติภารกิจให้เสร็จสิ้นสมบูรณ์ ดังนั้น ยานี้จะไม่ช่วยปลุกอารมณ์ทางเพศ ไม่ช่วยทำให้พลังทางเพศเพิ่มสูงขึ้น และไม่ช่วยให้ร่วมเพศได้นานขึ้น เพราะฉะนั้น การใช้ยาควรอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของแพทย์ ขนาดยาที่ใช้ในการรักษาคือ 25-100 มิลลิกรัม รับประทาน 1 ชั่วโมงก่อนมีเพศสัมพันธ์ และหลังอาหารอย่างน้อย 2 ชั่วโมง  อาการข้างเคียงที่อาจพบได้คือ ปวดศีรษะ, หน้าแดง, ร้อนวูบวาบ, คลื่นไส้, ตาพร่ามัว หรือมองเห็นแสงสีฟ้าสีเขียว หรือ อวัยวะเพศแข็งตัวนานเกินไป
ห้ามใช้ยา Viagra® ร่วมกับ ยารักษาโรคหัวใจกลุ่มไนเตรต เช่น Isordil (ไอซอร์ดิล) Nitroglycerin (ไนโตรกลีเซอรีน) เนื่องจากจะเสริมฤทธิ์กัน ทำให้ความดันเลือดลดต่ำลงมาก จนอาจช็อคและเสียชีวิตได้
ขอบคุณที่มา smc.sut

ซิลเดนาฟิล (Sildenafil) ไวอากร้า (Viagra)

ยาซิลเดนาฟิล (Sildenafil) ถูกสังเคราะห์และมีการพัฒนาขึ้นครั้งแรกในประเทศอังกฤษ ทางการแพทย์นำมาใช้ด้วยวัตถุประสงค์รักษาโรคความดันโลหิตสูง และอาการเจ็บหน้าอกด้วยเหตุเลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่เพียงพอ (กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด) จากนั้นมีผลการทดลองทางคลินิกพบว่า ซิลเดนาฟิลมีฤทธิ์บำบัดอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศของบุรุษ (นกเขาไม่ขัน) ทางบริษัทยาจึงมุ่งทำการตลาดเรื่องอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศของบุรุษ ในไม่ช้ายอดขายได้พุ่งขึ้นเป็นจำนวนมากกว่าหนึ่งพันเก้าร้อยล้านดอลล่าร์ภายในปี ค.ศ. 2008 (พ.ศ. 2551) บางประเทศในแถบเอเชียได้แอบผสมซิลเดนาฟิลลงในกาแฟเพื่อวัตถุประสงค์ทำยอดขาย แต่ก็ไม่พ้นกฎหมายลงโทษในที่สุด

หลายประเทศรวมถึงประเทศไทยจะรู้จักซิลเดนาฟิลในยาชื่อการค้าว่า “ไวอากร้า (Viagra)” และบริษัทยาที่เป็นผู้ผลิตเดียวกันก็ได้ขึ้นทะเบียนยาซิลเดนาฟิลในขนาด 20 มิลลิกรัม/เม็ด เพื่อ รองรับวัตถุประสงค์การรักษาความดันโลหิตสูงของหลอดเลือดแดงภายในปอด โดยใช้ชื่อยาทางการค้าว่า “Revatio” ประเทศไทยของเรายังมีการจำหน่ายยาซิลเดนาฟิลอีกหลายชื่อการค้าดังจะได้กล่าวในหัวข้อ ยาชื่อการค้าอื่นๆ

การศึกษาด้านเภสัชจลนศาสตร์ (Pharmacokinetic, การศึกษาความเป็นไปของยา เมื่อยาเข้าสู่ร่างกาย) ของยานี้พบว่า ซิลเดนาฟิลสามารถดูดซึมจากทางเดินอาหารประมาณ 40% จากนั้นจะเข้าจับพลาสมาโปรตีนประมาณ 96% ตับจะเป็นอวัยวะหลักที่คอยเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของยาซิลเดนาฟิล ร่างกายต้องใช้เวลา 3 – 4 ชั่วโมงในการกำจัดยานี้ออกจากกระแสลือด 50% ยาซิลเดนาฟิลส่วนใหญ่จะถูกขับออกมากับอุจจาระและบางส่วนถูกขับออกทางไต

อนึ่ง ตามกฏหมายไทยยานี้ถูกจัดอยู่ในหมวดยาควบคุมพิเศษ ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์ผู้รักษาเท่านั้น ไม่สามารถหาซื้อได้ง่ายตามร้านขายยาทั่วไป

ยาซิลเดนาฟิลมีสรรพคุณ (คุณสมบัติ) อย่างไร?

ซิลเดนาฟิล

ยาซิลเดนาฟิลมีสรรพคุณดังนี้

ยาซิลเดนาฟิลมีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร?

กลไกการออกฤทธิ์ของซิลเดนาฟิลคือ ตัวยาจะยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ที่มีชื่อว่า Phosphodiesterase type-5 (PDE5) ทำให้เกิดการเพิ่มของสารเคมีชนิดหนึ่งที่เรียกว่า cGMP (Cyclic guanosine monophosphate, สารที่เกี่ยวข้องกับการทำให้กล้ามเนื้อเรียบคลายตัว) ส่งผลให้กล้ามเนื้อเรียบของผนังหลอดเลือดแดงเกิดการคลายตัว ทำให้เลือดไหลเข้าไปหล่อเลี้ยงองคชาตของบุรุษได้มากขึ้น รวมถึงเกิดการลดความดันโลหิตภายในปอด จึงเกิดฤทธิ์ของการรักษาตามสรรพคุณ

ยาซิลเดนาฟิลมีรูปแบบการจัดจำหน่ายอย่างไร?

ยาซิลเดนาฟิลมีรูปแบบการจัดจำหน่ายเป็น ยาเม็ดขนาด 20, 50, และ 100 มิลลิกรัม/เม็ด

ยาซิลเดนาฟิลมีขนาดรับประทานอย่างไร?

ยาซิลเดนาฟิลมีขนาดรับประทานดังนี้

ก. สำหรับการเพิ่มสมรรถภาพทางเพศของบุรุษ (รักษาอาการนกเขาไม่ขัน):

  • ผู้ใหญ่: รับประทาน 50 มิลลิกรัม ก่อนมีเพศสัมพันธ์ 30 นาที – 4 ชั่วโมง ขนาดรับประทานสูงสุดไม่เกิน 100 มิลลิกรัม
  • สำหรับผู้สูงอายุที่อายุมากกว่า 65 ปีที่มีค่าการทำงานของไต (Creatinine clearance) น้อยกว่า 30 มิลลิลิตร/นาที รับประทาน 25 มิลลิกรัมก่อนมีเพศสัมพันธ์, และที่มีภาวะตับทำงานผิดปกติรับประทาน 25 มิลลิกรัม

ข. สำหรับรักษาความดันโลหิตของหลอดเลือดแดงภายในปอดสูง (Pulmonary arterial hypertension):

  • ผู้ใหญ่: รับประทาน 20 มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้ง
  • เด็ก: ยังไม่มีการศึกษาการใช้ยานี้ในเด็ก การใช้ยานี้ในเด็กจึงอยู่ในดุลพินิจของแพทย์

เมื่อมีการสั่งยาควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกรอย่างไร?

เมื่อมีการสั่งยาทุกชนิดที่รวมถึงยาซิลเดนาฟิล ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์/พยาบาลและเภสัชกร ดังนี้

หากลืมรับประทานยาควรทำอย่างไร?

หากลืมรับประทานยาซิลเดนาฟิล สามารถรับประทานเมื่อนึกขึ้นได้ ถ้าเวลาใกล้เคียงกับการรับประทานยาในมื้อถัดไป ไม่จำเป็นต้องเพิ่มปริมาณยาเป็น 2 เท่า

ยาซิลเดนาฟิลมีผลไม่พึงประสงค์อย่างไร?

ยาซิลเดนาฟิลสามารถก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์ (ผลข้างเคียง/อาการข้างเคียง) ดังนี้ เช่น มีอาการปวดศีรษะ อาหารไม่ย่อย คัดจมูก หน้าแดง การมองเห็นภาพผิดปกติ ผลข้างเคียงที่พบได้น้อยแต่อาจมีความรุนแรงมาก ได้แก่ มีภาวะความดันโลหิตต่ำ กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ความดันในลูกตาสูง และสูญเสียการได้ยิน

มีข้อควรระวังการใช้ยาซิลเดนาฟิลอย่างไร?

มีข้อควรระวังการใช้ยาซิลเดนาฟิลดังนี้

***** อนึ่ง ทุกคนต้องตระหนักถึงความปลอดภัยจากการใช้ ”ยา” ที่รวมถึงยาแผนปัจจุบันทุกชนิด (รวมยาซิลเดนาฟิลด้วย) ยาแผนโบราณทุกชนิด และสมุนไพรต่างๆเสมอ เพราะยามีทั้งให้คุณและให้โทษ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยาทุกครั้ง ควรต้องปฏิบัติตาข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิดเสมอ (อ่านเพิ่มเติมได้ในเว็บ haamor.com บทความเรื่อง ข้อปฏิบัติพื้นฐานในการใช้ยาทุกชนิด) รวมทั้งควรต้องปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยาก่อนซื้อยาใช้เองเสมอด้วยเช่นกัน

ยาซิลเดนาฟิลมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นอย่างไร?

ยาซิลเดนาฟิลมีปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นดังนี้

ควรเก็บรักษายาซิลเดนาฟิลอย่างไร?

ควรเก็บยาซิลเดนาฟิลที่อุณหภูมิต่ำกว่า 30 องศาเซลเซียส (Celsius) เก็บยาในภาชนะที่ปิดมิดชิด พ้นแสงแดด ความร้อนและความชื้น เก็บยาให้พ้นมือเด็กและสัตว์เลี้ยง และไม่ควรเก็บยาในห้องน้ำ

ยาซิลเดนาฟิลมีชื่ออื่นอีกไหม? ผลิตจากบริษัทอะไรบ้าง?

ยาซิลเดนาฟิลที่จำหน่ายในประเทศไทย มียาชื่อการค้าอื่นและบริษัทผู้ผลิตเช่น

ชื่อการค้า บริษัทผู้ผลิต
Elonza (อีลอนซา) Unison
Revatio (เรวาทิโอ) Pfizer
Sidegra (ซิเดกร้า) GPO
Tonafil (โทนาฟิล) T.O. Chemicals
Viagra (ไวอากร้า) Pfizer

 

 

 

ขอบคุณที่มา  haamor