สิ่งที่คนมักเข้าใจผิดไวอากร้า

สิ่งที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับ #ไวอากร้า #Viagra

 

เชื่อว่าเวปแบบนี้หลายคนอาจเคยเห็นมาบ้าง หรือส่งมากองอยู่ใน Junk mail (ผมได้บ่อยไม่รู้ทำไม)

 

คงปฏิเสธไม่ได้ว่ายาไวอากร้านั้นเป็นยาที่โด่งดังสะท้านโลก ในระดับที่คงเป็นยาอันดับต้น ๆ รองจากพาราเซ็ทตามอลที่คนทั่วไปรู้จัก แต่ในขณะเดียวกัน ยาตัวนี้ก็ถือว่าเป็นยาที่มีคนเอาไปใช้อย่างผิด ๆ ไม่ตรงกับการออกฤทธิ์ของยาอยู่บ่อย ๆ รวมถึงมักมีการประกาศซื้อขายกันเกลื่อนทางอินเตอร์เน็ต รวมถึงมียาปลอมออกมาจำนวนมาก นับว่าเป็นเรื่องที่อันตรายมาก

ก่อนจะไปถึงความเชื่อต่าง ๆ อย่างแรกสุดผมขอบรรยายคร่าว ๆ ก่อนว่าความบกพร่องทางเพศของผู้ชายที่พบบ่อย ๆ มีอะไรบ้าง เพื่อที่จะช่วยให้เข้าใจเนื้อหาต่อไปได้มากขึ้น

 

ความบกพร่องทางเพศของผู้ชายที่พบบ่อย

 

1. ปัญหาความต้องการทางเพศลดลง (sexual sesire Disorder) หมายถึง สภาวะที่มีความคิดและความต้องการทางเพศของคน ๆ นั้นลดน้อยลงกว่าที่ควรจะเป็นหรือไม่มีเลย ถ้าพูดแบบง่าย ๆ ก็คือไม่มีอารมณ์ทางเพศนั่นแหละครับ

 

2. ปัญหาการตื่นตัวทางเพศ (erectile dysfunction) คือ การที่องคชาติไม่สามารถแข็งตัวอย่างเต็มที่ หรือแข็งตัวได้ไม่นานพอที่จะร่วมเพศได้ หรือที่มักพูด ๆ กันว่าน้องชาย “นกเขาไม่ขัน” หรือ “ไม่สู้” นั่นเอง แต่ว่าคน ๆ นั้นยังมีความต้องการทางเพศอยู่

 

3. ปัญหาเรื่องการหลั่งเร็ว (Premature Ejaculation) คือ การไม่สามารถควบคุมการหลั่งน้ำกามของตนไว้ได้ ทำให้หลั่งก่อน หรือทันทีที่สอดใส่องคชาตเข้าไปในช่องคลอด หรือภายหลังการกระตุ้นทางเพศเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หรือที่คนทั่วไปอาจเปรียบเทียบว่า “กระจอกไม่ทันกินน้ำ” หรือ “ล่มปากอ่าว”

 

เมื่อเรารู้จักความบกพร่องทางเพศที่พบบ่อยแล้ว ต่อมาเราก็มาดูกันว่า ไอ้ยา กับอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ขายกันเต็มเน็ตแท้จริงแล้วใช้ทำอะไร และได้ผลตามที่อ้างกันหรือไม่

 

 ยากลุ่ม PDE-5 inhibitors 

 

เจอชื่อนี้หลายคนคงบ่นว่าใครจะไปรู้จักยาแบบนี้ฟะ แต่หากยกตัวอย่างยาที่โด่งดังที่สุดในกลุ่มนี้ ทุกคนน่าจะร้องอ๋อ … นั่นก็คือยา ไวอากร้านั่นเอง (Viagra เป็นชื่อทางการค้า, โดยชื่อสามัญของยาคือ Sildenafil) ที่จริงยาในกลุ่มนี้ยังมียาตัวอื่น ๆ อีกหลายตัวที่ออกฤทธิ์เหมือนกัน เช่น Vardenafil และ Tadalafil เป็นต้น แต่ความโด่งดัง คุ้นเคยของคนทั่วไปแพ้ไวอากร้าชนิดสู้กันไม่ได้ ยาในกลุ่มนี้ออกฤทธิ์โดยการเพิ่มการไหลของเลือดเข้าไปในองคชาต มีผลทำให้น้องชายแข็งตัวขึ้น

 

!!! สิ่งที่มักเข้าใจผิด!!! – กินไวอากร้าแล้วเพิ่มความต้องการทางเพศ?
คำตอบคือ “ไม่จริงครับ” จะเห็นว่าจากฤทธิ์ของยา ตัวยาไม่ได้เพิ่มความต้องการทางเพศ เพียงแต่ช่วยให้อวัยวะเพศแข็งตัว ดังนั้นจึงใช้ไม่ได้ในกรณีที่เจ้าตัวไม่ได้มีความต้องการทางเพศ (Sexual desire disorder) รวมถึงใช้ไม่ได้ผลในกรณีของการหลั่งเร็ว ใช้ได้ผลเฉพาะแต่ในกรณีของ”นกเขาไม่ขัน” (erectile dysfunction) เท่านั้น แต่ในชีวิตจริงพบว่าหลายครั้งที่มีคนไปซื้อยามากินเพราะเข้าใจผิดคิดว่ายานี้แก้มันได้ทุกอย่าง

 

*** ข้อห้ามใช้*** เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่อยากเอาเตือน เพราะเวลาซื้อตามเวป ส่วนใหญ่จะไม่ได้บอกว่าห้ามใช้กรณีไหนซึ่งอันตรายมาก ยาไวอากร้าห้ามใช้เด็ดขาดในผู้ป่วยที่ใช้ยากลุ่มไนเตรท (organic nitrates) เช่น ยา Isordil (ยาโรคหัวใจ) เพราะยาจะมีปฏิกิริยาต่อกันทำให้เกิดความดันโลหิตต่ำอย่างรุนแรงจนอาจมีอันตรายถึงชีวิตได้ รวมถึงต้องระวังในผู้ที่ใช้ยาลดความดันตัวอื่น รวมถึงผู้ป่วยโรคหัวใจและผู้ที่เป็นโรคตับรุนแรงด้วย

 

ผลข้างเคียงของยาไวอากร้ามีอะไรได้บ้าง ที่พบได้บ่อยได้แก่ ปวดหัว หน้าแดง ปวดท้อง

 

ปุจฉา ? ถ้าใช้ไวอากร้าในผู้หญิงจะเป็นยังไง ??? 
คำตอบ … พบยามีผลเพิ่มการหล่อลื่นในช่องคลอดเท่านั้น แต่ก็ไม่ได้เพิ่มความต้องการทางเพศเช่นกัน

ช่วงอาทิตย์ก่อนเงียบหายกันไปนิ๊ด เพราะมีงานประชุมวิชาการของเหล่าจิตแพทย์ในไทยครับ แอดมินส่วนใหญ่ไปเข้าประชุม เลยหายๆ ไปบ้าง ตอนนี้กลับมาประจำการแล้ว

 

ขอบคุณที่มา    หมอคลองหลวง

วิธีการใช้ยาไวอากร้า และวิธีการรับประทานไวอากร้า ให้ปลอดภัย

 

         ไวอากร้าถือเป็นยาที่ช่วยเสริมความมั่นใจให้กับเพศชายซึ่งกลไกของการใช้ยานั้นเกิดมาจากการแข็งตัวของอวัยวะเพศชายและอาศัยกรดไนตริกออกไซด์เพื่อช่วยในการขยายเส้นเลือดที่ไปหล่อเลี้ยงร่างกายให้มีความแข็งตัวและทำให้สำเร็จความใคร่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ และหลายควรนำตัวยานี้มาใช้เพื่อเสริมความมั่นใจและเพื่อแก้ปัญหาให้กับตัวเอง

 

          ยาชนิดนี้สามารถใช้ได้ทุกเพศไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง หากเกิดในผู้หญิงก็จะมีอาการที่ชัดเจนคือไม่สามารถที่จะตอบสนองต่อความต้องการได้ส่วน ถ้าเกิดในผู้ชายก็จะแสดงให้เห็นถึงอวัยวะเพศไม่แข็งตัวไม่สามารถที่จะทำให้ตนเองและตรงข้ามสำเร็จความใคร่ได้นอกจากนั้นก็อาจจะมีผลเสียคือการหลั่งเร็วมากเกินไปทำให้ฝ่ายหญิงเกิดความไม่พึงพอใจนั่นเอง แล้วตัวยาชนิดนี้มีวิธีการใช้อย่างไรเพื่อใช้ให้ถูกหลักและถูกวิธี

 

วิธีการใช้ยาไวอากร้าไทย Sidegra ซิเดกร้า 

 

นั้นจากมีวิธีอยู่เพื่อให้การออกฤทธิ์ได้ประสิทธิผลที่ดีและใช้ได้อย่างปลอดภัยซึ่งวิธีการใช้นั้นสามารถที่จะอธิบายได้ดังนี้

 

  1. Sidegra 100 มิลลิกรัม เหมาะสำหรับ “ผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง อายุไม่เกิน 60 ปี”
  2. Sidegra 50 มิลลิกรัม เหมาะสำหรับ “ผู้สูงอายุ มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน เป็นต้น”
  • รับประทานยา ก่อนมีเพศสัมพันธ์ 10-15 นาที
  •  ควรทานยาก่อน หรือ หลังอาหาร ประมาณ 2-4 ชั่วโมง เพื่อให้ยาออกฤทธิ์ได้เต็มประสิทธิภาพ
  •  หากท่านใดรับประยารักษาโรค เช่น เบาหวาน ให้เว้นระยะการทานยา อย่างน้อย 3 ชั่วโมงครับ
  •  ห้ามรับประทานยาร่วมกับเครื่องดื่มที่ผสมแอลก์ฮอล เช่น เหล้า เบียร์ ไวน์ เป็นต้น

 

ขอบคุณที่มา sidegra-viagra

รู้จัก”ไวอากร้า”ไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ และอย่าเข้าใจผิด

ไวอากร้า : Viagra เป็นยาของบริษัทไ ฟเซอร์(Pfizer)  จริงๆแล้วเป็นชื่อการค้า มีชื่อสามัญทางยาว่า Sildenafil (ซิลเดนาฟิล) ซึ่งยาจะไปออกฤทธิ์กักเลือดที่ไหลไปเลี้ยงอวัยวะเพศชายให้อยู่ที่บริเวณ ช่วยคงสภาพการขยายตัวของหลอดเลือดในอวัยวะเพศชายให้ขยายตัวอยู่นานเพียงพอสำหรับการร่วมเพศ ทำให้อวัยวะเพศแข็งตัวนานขึ้น  การขยายตัวของหลอดเลือดในอวัยวะเพศชาย เป็นผลมาจากการกระตุ้นที่ผนังหลอดเลือดด้วยสารเคมีชนิดหนึ่งที่ร่างกายสร้างขึ้นชื่อ ไซคลิก-จีเอ็มพี (C-GMP) สารนี้จะถูกสร้างขึ้นเมื่อได้รับการกระตุ้นทางเพศ ออกฤทธิ์ขยายหลอดเลือดแดง แล้วจะถูกทำลายลง มิฉะนั้น จะทำให้เกิดปัญหาการแข็งตัวของอวัยวะเพศที่ไม่ยอมคลายตัว 

Viagra

ตัวยา Sildenafil Citrate เกิดจากการวิจัยผลิดยาขยายหลอดเลือดเพื่อช่วยรักษาเรื่องหัวใจขาดเลือด แต่กลับพบว่าผลข้างเคียงที่ได้ กลับทำให้อวัยวะเพศชายแข็งตัวได้ จึงได้ วิจัยต่อมาเพื่อรักษาโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ และในปี 1998 ได้ผ่าน FDAของประเทศ อเมริกาโดยบริษัท PFIZER เป็นเจ้าของลิขสทัธิ์ หลังจากได้วางขายยา VIAGRA เป็ นที่นิยมมาก นับว่าเป็นยาชุบชีวิตของท่านหลายคนที่ประสบกับปัญหาเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ และนับจากนั้นไม่นานก็ได้แพร่หลายเป็ นที่นิยมในหลายๆประเทศ อย่างไรก็ตามการใช้ยานี ้ต้องจ่ายโดยแพทย์เป็นผู้สั่ง เนื่องจากยังไม่ผลข้างเคียง และข้อห้ามใช้อยู่บ้างโดยจะกล่าวต่อไป

โรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ มีหลายระดับ เช่น แข็งไม่นาน แข็งแต่ใส่แล้วอ่อน หรืออ่อนตลอด การักษาอาจใช้ยาหรือไม่ใช้ก็ได้ ต้องพบแพทย์เท่านั้น
– ยาไม่ได้ทำให้มีอารมณ์ทางเพศ !
– ต้องกินยาก่อน 1 ชั่วโมง มีอารมณ์ทางเพศ และกำลังจะแข็งตัว ยาจะขยายหลอดเลือด ทำให้เลือดคั่งมากขึ้น และค้างอยู่อย่างนั้น
– ผลข้างเคียง คือ สิ่งที่อาจเกิดหรือไม่เกิดก็ได้ ไม่มีใครบอกก่อนได้ แต่มีคนเคยเกิดเลยเก็บข้อมูลมา
– ที่อันตราย เช่น ตาบอดสี ตาบอดถาวร หูหนวก ความดันต่ำ (หมดสติ) แข็งค้าง (สามารถค้างได้นานถึง 6 ชั่วโมง) เส้นเลือดปอดตัน เป็นต้น

ดังได้กล่าวมาแล้ว ว่ายานี้จะออกฤทธิ์ต่อเมื่อมีการหลั่งสาร ไซคลิก-จีเอ็มพี หมายถึงว่า ต้องมีการกระตุ้นทางเพศเกิดขึ้นก่อน และต้องมีความต้องการทางเพศเกิดขึ้นด้วย และยาจะเข้ามาช่วยคงสภาพให้การแข็งตัวเพียงพอปฏิบัติภารกิจให้เสร็จสิ้นสมบูรณ์ ดังนั้น ยานี้จะไม่ช่วยปลุกอารมณ์ทางเพศ ไม่ช่วยทำให้พลังทางเพศเพิ่มสูงขึ้น และไม่ช่วยให้ร่วมเพศได้นานขึ้น เพราะฉะนั้น การใช้ยาควรอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของแพทย์ ขนาดยาที่ใช้ในการรักษาคือ 25-100 มิลลิกรัม รับประทาน 1 ชั่วโมงก่อนมีเพศสัมพันธ์ และหลังอาหารอย่างน้อย 2 ชั่วโมง  อาการข้างเคียงที่อาจพบได้คือ ปวดศีรษะ, หน้าแดง, ร้อนวูบวาบ, คลื่นไส้, ตาพร่ามัว หรือมองเห็นแสงสีฟ้าสีเขียว หรือ อวัยวะเพศแข็งตัวนานเกินไป
ห้ามใช้ยา Viagra® ร่วมกับ ยารักษาโรคหัวใจกลุ่มไนเตรต เช่น Isordil (ไอซอร์ดิล) Nitroglycerin (ไนโตรกลีเซอรีน) เนื่องจากจะเสริมฤทธิ์กัน ทำให้ความดันเลือดลดต่ำลงมาก จนอาจช็อคและเสียชีวิตได้

Erectile dysfunction

Erectile dysfunction(เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ) หมายถึงภาวะที่ไม่สามารถท าให้อวัยวะเพศชายแข็งตัว หรือคงการแข็งตัวอยู่จนเสร็จสิ ้นการมีเพศสัมพันธ์ได้อย่างที่คาดหวัง โดยหลายงานวิจัยได้รายงานไว้ว่ามีหลายสาเหตุและปัจจัยทั ้งทางด้านร่างกาย จิตใจ หรือภาวะทางสังคม ความเครียด ระดับการศึกษา มีผลต่อภาวะนี้ และปัญหาที่เกิดจากการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศก็ส่งผลให้เกิดความเดือดร้อยทั้งกายและใจต่อผู้ป่ วย ทั ้งสูญเสียความมั่นใจ อับอาย จนบางครอบครัวเกิดปัญหาครอบครัวแตกแยก อย่าร้างซึ่งท าให้คุณภาพชีวิตของคนเหล่านั้นแย่ลง เรียกได้ว่าเป็ นอีกภาวะหนึ่งที่สามารถใช้เป็ นตัวชี้วัดระดับความมีสุขภาพดีในระดับบุคคล เรื่อยจนไปถึงสังคมได้เลยทีเดียว
ขอบคณที่มาจาก dek

สิ่งที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับ ยา‎ไวอากร้า‬ (‎Viagra‬)

               สิ่งที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับ ยา‎ไวอากร้า‬ (‎Viagra‬)

ยาในกลุ่มนี้ยังมียาตัวอื่น ๆ อีกหลายตัวที่ออกฤทธิ์เหมือนกัน เช่น Vardenafil และ Tadalafil เป็นต้น แต่ความโด่งดัง คุ้นเคยของคนทั่วไปแพ้ไวอากร้าชนิดสู้กันไม่ได้เลยทีเดียว

ยาในกลุ่มนี้ออกฤทธิ์โดยการเพิ่มการไหลของเลือดเข้าไปในองคชาต มีผลทำให้น้องชายแข็งตัวขึ้น!!! แต่สิ่งที่มักเข้าใจผิดมีดังนี้ 

1.กินไวอากร้าแล้วเพิ่มความต้องการทางเพศ จริงหรือ ?

คำตอบคือ “ไม่จริง” จะเห็นว่าจากฤทธิ์ของยา ตัวยาไม่ได้เพิ่มความต้องการทางเพศ เพียงแต่ช่วยให้อวัยวะเพศแข็งตัว ดังนั้นจึงใช้ไม่ได้ในกรณีที่เจ้าตัวไม่ได้มีความต้องการทางเพศ  รวมถึงใช้ไม่ได้ผลในกรณีของการหลั่งเร็ว ใช้ได้ผลเฉพาะแต่ในกรณีของ”นกเขาไม่ขัน”  เท่านั้น แต่ในชีวิตจริงพบว่าหลายครั้งที่มีคนไปซื้อยามากินเพราะเข้าใจผิดคิดว่ายานี้แก้มันได้ทุกอย่าง

2.ถ้าใช้ไวอากร้าในผู้หญิงจะเป็นยังไง ? เสียวนานใช่หรือเปล่า

คำตอบ พบยามีผลเพิ่มการหล่อลื่นในช่องคลอดเท่านั้น แต่ก็ไม่ได้เพิ่มความต้องการทางเพศเช่นกัน

ผลข้างเคียงของยาไวอากร้า

1.ผลข้างเคียงทางตา ทำให้มองเห็นสิ่งรอบตัวเป็นสีเขียว สีฟ้า ไปทุกอย่าง หรือทำให้ตาบอดถาวรได้

2.ปวดศรีษะรุนแรง

3.หัวใจเต้นผิดจังหวะ

4. อาการเจ็บปวดที่อวัยวะเพศ

6.อาการความดนัโลหติสูง

7. อาการข้างเคียง อื่นๆ ปัสสาวะขัดหรืออาจท าให้เกิดทางเดินปัสสาวะอักเสบได้เลย หน้ามืด เหมือนจะเป็ นลม หรือคลื่นไส้อาเจียน ตาพร่ามัวได้

ข้อห้ามใช้อันตรายมากหากฝืน

เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่อยากเอาเตือน เพราะเวลาซื้อตามเวป ส่วนใหญ่จะไม่ได้บอกว่าห้ามใช้กรณีไหนซึ่งอันตรายมาก ยาไวอากร้าห้ามใช้เด็ดขาดในผู้ป่วยที่ใช้ยากลุ่มไนเตรท (organic nitrates) เช่น ยา Isordil (ยาโรคหัวใจ) เพราะยาจะมีปฏิกิริยาต่อกันทำให้เกิดความดันโลหิตต่ำอย่างรุนแรงจนอาจมีอันตรายถึงชีวิตได้ รวมถึงต้องระวังในผู้ที่ใช้ยาลดความดันตัวอื่น รวมถึงผู้ป่วยโรคหัวใจและผู้ที่เป็นโรคตับรุนแรงด้วยผลข้างเคียงของยาไวอากร้ามีอะไรได้บ้าง ที่พบได้บ่อยได้แก่ ปวดหัว หน้าแดง ปวดท้อง รู้อย่างนี้แล้ว คุณผู้ชายทั้งหลายโปรดใช้อย่างระมัดระวังและเข้าใจเสียใหม่นะคะ

 

 

 

 

 

ขอบคุณที่มาจาก mamaexpert

จำหน่ายไวอากร้า ปัญหานกเขาไม่ขันของบรรดาผู้ชาย จนต้องหันไปซื้อหายาปลุกเซ็กซ์มาเพิ่มพลัง

               ยอมให้ร้านขายยา จำหน่ายไวอากร้า

ข่าวดี ชายมะเขือเผาเฮ อย. ไฟเขียวจำหน่ายยาปลุกเซ็กซ์ “ไวอากร้า” ตามร้านขายยาได้ คาดลดอันตรายจากบรรดาหนุ่มน้อย หนุ่มใหญ่ ที่นกเขาไม่ขันที่แห่ซื้อยาตามเว็บไซต์ อันตรายถึงชีวิต ตัดต้นทางยาเพิ่มพลังทางเพศปลอมที่วางขายเกลื่อนในตลาดมืด

                   ปัญหานกเขาไม่ขันของบรรดาผู้ชาย จนต้องหันไปซื้อหายาปลุกเซ็กซ์มาเพิ่มพลัง แต่มักตกเป็นเหยื่อโฆษณาชวนเชื่อ กำลังมีข่าวดีเมื่อ อย.เตรียมเปิดเสรีให้ร้านยาทั่วไปขายยาชนิดนี้ได้ ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 16 ก.ย. นพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยถึงการพิจารณาให้ยารักษาอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศสามารถจำหน่ายในร้านขายยาที่ผ่านหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยากำหนดได้ ว่า ปัจจุบันผู้บริโภคบางส่วนมีปัญหาในเรื่องของการใช้ยา โดยเฉพาะการได้รับยาปลอมหรือยาผิดกฎหมาย ทั้งนี้ เพราะยาบางชนิดมีข้อจำกัดในการเข้าถึงยา โดยเฉพาะยารักษาอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ซึ่งปัจจุบัน อย.อนุญาตให้ขึ้นทะเบียนตำรับยา 3 ตัว คือ 1. Sildenafil (ซิลเดนาฟิล) โดยมีชื่อทางการค้าจำนวน 3 ยี่ห้อ คือ Viagra (ไวอากร้า), Elonza (อีลอนซ่า) และ Tonafil (โทนาฟิล) 2. Tadalafil (ทาดาลาฟิล) โดยมีชื่อทางการค้า คือ Cialis (ซิอะลิส) และ 3. Vardenafil (วาเดนาฟิล) โดยมีชื่อทางการค้า คือ Levitra (เลวิตรา) ซึ่งทั้งหมดจัดเป็นยาควบคุมพิเศษที่ต้องมีใบสั่งแพทย์และจำกัดให้จำหน่ายเฉพาะในสถานพยาบาลเท่านั้น                      นพ.พิพัฒน์เปิดเผยต่อว่า ผู้ที่มีปัญหาอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศเกิดความไม่สะดวกในการรับยา จึงพยายามไปหาซื้อยามารับประทานเอง และมักตกเป็นเหยื่อของการโฆษณาและการลักลอบจำหน่ายยาผิดกฎหมายทางเว็บไซต์ ทำให้ผู้บริโภคอาจจะได้รับยาปลอมหรือยาผิดกฎหมาย ที่บางครั้งยาที่ได้รับอาจไม่มีตัวยาอยู่หรือมีตัวยาน้อยหรือมากเกินไป รวมทั้งอาจมีสารอันตรายที่ปนเปื้อนจากการผลิตที่ไม่ได้มาตรฐาน ที่สำคัญผู้บริโภคไม่ได้รับการดูแลและการให้คำแนะนำที่เหมาะสมจากแพทย์หรือเภสัชกร จนอาจได้รับอันตรายจากยานั้นได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจหรือผู้ป่วยที่กินยาประเภท Nitrates (ไนเตรต) หากกินยากลุ่มนี้เข้าไปจะเสริมฤทธิ์ยา ทำให้ความดันเลือดลดต่ำลงจนเกิดอาการช็อกและเสียชีวิตได้

                 เลขาธิการ อย.เผยอีกว่า เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงจากการใช้ยาปลอมและเพื่อช่วยเพิ่มการเข้าถึงยาให้แก่ผู้บริโภคที่มีความจำเป็นต้องใช้ยา อย.ได้พิจารณาให้ยารักษาอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศสามารถจำหน่ายในร้านขายยาที่ผ่านหลักเกณฑ์ที่ อย.กำหนด เช่น มีเภสัชกรทำหน้าที่จ่ายตามใบสั่งยาของแพทย์และให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม การซื้อยาดังกล่าวจากร้านขายยา ต้องนำใบสั่งแพทย์มาซื้อเท่านั้น ทั้งนี้ได้ประชุมคณะทำงาน เพื่อหาแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมแล้ว ว่ายารักษาอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ เป็นยาที่มีสรรพคุณใช้รักษาอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศในเพศชายที่มีปัญหาการแข็งตัวของอวัยวะเพศ โดยมีการใช้ยาดังกล่าวมาเป็นเวลานานประมาณ 10 ปี ที่ผ่านมาพบว่ายาดังกล่าวมีความปลอดภัยในระดับที่น่าพอใจ ซึ่งหากผู้บริโภคพบเห็นเว็บไซต์ที่มีการโฆษณาขายยาดังกล่าว ขอแจ้งสายด่วน อย. 1556 เพื่อตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย

 

 

 

 

 

ขอบคุณที่มาจาก thairath

ความปลอดภัยในการใช้ยารักษาอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ

 Young attractive couple having romantic time in bed

            ภาวะบกพร่องของการแข็งตัวขององคชาตหรืออาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศนั้น มีการรักษาได้หลากหลายวิธี แต่วิธีที่ได้รับความนิยมคือการรักษาโดยการใช้ยาขยายหลอดเลือดขององคชาต ยิ่งในปัจจุบันราคายาต่อเม็ดมีราคาที่ถูกลง ทำให้มีการใช้ยาอย่างแพร่หลายมากขึ้น แต่ผู้ที่มีอาการหลายๆคนก็ยังมีความรู้สึกกล้าๆกลัวๆในการใช้ยาว่าจะมีความปลอดภัยหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนไข้ที่มีโรคประจำตัวมากๆ ก็อาจทำให้มีความกังวลถึงความปลอดภัยในการใข้ยากลุ่มนี้

สาเหตุของอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศหรือการที่อวัยวะเพศไม่แข็งตัวในชายสูงวัยนั้น ส่วนใหญ่เกิดจากความเสื่อมของหลอดเลือดและเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงบริเวณอวัยะเพศ ทำให้เส้นเลือดไม่สามารฃถขยายตัวได้เต็มที่และนานพอเมื่อมีความต้องการทางเพศ ผลที่ตามมาคืออวัยวะเพศไม่แข็งตัวหรือแข็งตัวได้ไม่เต็มที่หรือแข็งตัวได้ไม่นานพอที่จะมีเพศสัมพันธ์ได้สำเร็จ นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆอีก เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง การสูบบุหรี่ การดื่มเหล้าเป็นต้น ปัจจัยเสี่ยงต่างๆเหล่านี้ส่งผลกระทบถึงการทำงานระบบประสาทและหลอดเลือด ทำให้อาการเป็นมากขึ้น รุนแรงขึ้นและส่งผลให้การรักษายากขึ้น ดังนั้นในคนที่อายุน้อยและยังไม่มีอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศสามารถป้องกันตนเองได้โดยการหมั่นดูแลสุขภาพ ทานอาหารและออกกำลังกายให้เหมาะสม งดการสูบบุหรี่ และการดื่มเหล้า หรือในคนที่เป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงหรือไขมันในเลือดสูงแล้ว ก็ต้องพยายามควบคุมความดันโลหิต ระดับน้ำตาลในเลือดหรือระดับไขมันในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติเพื่อชะลอการเกิดความบกพร่องของการแข็งตัวขององคชาตในอนาคต

สำหรับการรักษาโดยการใช้ยาขยายหลอดเลือดองคชาตเป็นการรักษาที่แพร่หลาย เพราะสะดวก รับประทานง่าย ยาออกฤทธิ์ค่อนข้างเร็ว และได้ผลค่อนข้างดีในคนไข้ส่วนใหญ่ ยากลุ่มนี้ปัจจุบันมีหลายชนิด แต่คนส่วนใหญ่มักจะรู้จักในชื่อไวอากร้า(Viagra®) เพราะเป็นยาตัวแรกสุดในกลุ่มนี้ ชื่อสามัญของยาคือซิลเดนาฟิล (Sildenafil)ยาตัวอื่นๆในกลุ่มนี้คือ วาเดนาฟิล(Vardenafil, Levitra®) และ ทาดาลาฟิล(Tadalafil, Cialis®)ปัจจุบันในประเทศไทยสามารถผลิตยา Sildenafil ได้เองทำให้ราคายาถูกลงค่อนข้างมาก ชื่อทางการค้าคือซิเดกร้า(Sidegra®)ขนาดยาเริ่มต้นที่แนะนำให้ทานสำหรับยาซิลเดนาฟิลคือ 50 มิลลิกรัม หลังจากรับประทานยา ยาจะไปยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ Phosphodiesterase type 5ผลคือยาจะไปออกฤทธิ์ช่วยให้หลอดเลือดบริเวณองคชาตขยายตัวได้ดีขึ้น เลือดแดงไปเลี้ยงองคชาตได้มากขึ้น เกิดการคั่งของเลือดแดงในองคชาตมากขึ้น ทำให้การแข็งตัวดีขึ้น ดังนั้นด้วยกลไกการออกฤทธิ์ของยา ยากลุ่มนี้จึงไม่ใช่ยากระตุ้นให้เกิดอารมณ์ทางเพศอย่างที่หลายคนเข้าใจกัน แต่ยาจะช่วยให้การแข็งตัวขององคชาตดีขึ้น ผู้ป่วยส่วนใหญ่ใช้ยากลุ่มนี้แล้วได้ผลเป็นที่น่าพอใจ การใช้ยาให้ได้ผลดีต้องมีการรับประทานยาให้ถูกวิธี กล่าวคือ ควรรับประทานยาก่อนมีเพศสัมพันธ์ประมาณครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมง ควรรับประทานยาช่วงท้องว่างเพื่อช่วยเพิ่มการดูดซึมของยา ไม่ควรทานยาพร้อมเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์

สำหรับความวิตกกังวลว่าใช้ยาแล้วจะมีความปลอดภัยหรือไม่ ใช้ยาแล้วจะเป็นอันตรายต่อโรคหัวใจหรือทำให้หัวใจวายหรือไม่นั้น จากการศึกษาพบว่ายากลุ่มนี้ไม่ได้ทำให้ผู้ป่วยที่ใช้ยาเป็นโรคหัวใจเพิ่มมากขึ้น แต่เนื่องจากกลไกการออกฤทธิ์ของยาที่มีผลขยายหลอดเลือดบริเวณองคชาต อาจมีผลทำให้หลอดเลือดบริเวณอื่นในร่างกายมีการขยายตัวได้บ้าง จึงเป็นข้อห้ามในการใช้ยากลุ่มนี้ในผู้ป่วยโรคหัวใจที่ทานยาขยายหลอดเลือดหัวใจกลุ่มไนเตรท (Nitrate) ทุกตัว เพราะยาสองกลุ่มนี้จะเสริมฤทธิ์กัน ทำให้หลอดเลือดมีการขยายขนาดมากกว่าปกติ เกิดภาวะความดันโลหิตต่ำเข้าสู่ภาวะชอคและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ดังนั้นผู้ป่วยรายใดที่รับประทานยาขยายหลอดเลือดหัวใจกลุ่มNitrate อยู่ห้ามทานยาขยายหลอดเลือดองคชาตครับ แต่ถ้ารักษาโรคหัวใจจนมีอาการดีขึ้นจนสามารถหยุดยากลุ่ม Nitrate ได้แล้ว ควรหยุดยากลุ่ม Nitrate เป็นเวลาอย่างน้อยสองสัปดาห์ขึ้นไปถึงจะเริ่มรับประทานยาขยายหลอดเลือดองคชาตได้ ในกรณีที่ผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือดที่มีอาการเจ็บแน่นหน้าอกหลังจากรับประทานยาขยายหลอดเลือดองคชาต ให้รีบหยุดกิจกรรมที่ทำอยู่ถ้าอาการเจ็บหน้าอกไม่ดีขึ้นให้รีบไปพบแพทย์ทันที และแจ้งแพทย์ที่ให้การรักษาด้วยว่ารับประทานยาขยายหลอดเลือดองคชาตเพื่อหลีกเลี่ยงการให้ยาในกลุ่มขยายหลอดเลือดหัวใจเป็นการป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับตัวผู้ป่วยเอง

สำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจที่ไม่ได้ทานยาขยายหลอดเลือดหัวใจ แต่ยังมีอาการของโรคหัวใจที่ไม่คงที่ เช่นเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดที่ยังมีอาการเจ็บหน้าอกอยู่เป็นระยะๆ ความดันโลหิตสูงที่ยังควบคุมไม่ได้ หรือเพิ่งเป็นกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดมาไม่ถึงสองสัปดาห์เป็นต้น ในผู้ป่วยกลุ่มนี้ก็ยังไม่ควรใช้ยาขยายหลอดเลือดองคชาต ควรรักษาโรคหัวใจให้อาการดีขึ้นและคงที่ก่อนค่อยเริ่มใช้ยาสำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจที่ไม่แน่ใจว่าโรคหัวใจที่ตนเองเป็นอยู่หรือยาโรคหัวใจที่ตนเองรับประทานอยู่เป็นประจำนั้นมีความปลอดภัยเพียงพอหรือไม่ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนและควรนำประวัติการรักษารวมถึงยาที่รับประทานอยู่ทั้งหมดไปด้วยเพื่อที่แพทย์จะได้ประเมินความปลอดภัยในการใข้ยา รวมถึงให้การรักษาโรคประจำตัวอื่นๆของผู้ป่วยควบคู่กันไป ซึ่งจะเป็นผลดีต่อสุขภาพของผู้ป่วยโดยรวมด้วยครับ

 

 

 

 

 

ขอบคุณที่มาจาก rama

สร้างสมรรถภาพใหม่ด้วย Sky Fruit

                       

                             สร้างสมรรถภาพใหม่ด้วย Sky Fruit  ยา levitra หรือ viargra

คุณสมบัติ //
การแข็งตัวของอวัยวะเพศชายเป็นขบวนการเปลี่ยนแปลงของไหลเวียนของโลหิตที่ขึ้นกับการคลายตัวของกล้ามเนื้อเรียบใน corpus cavernosum และเกี่ยวข้องกับเส้นเลือดแดงฝอย ในระหว่างที่มีการกระตุ้นทางเพศมีการปล่อยไนตริกออกไซด์ออกจากปลายประสาทของ corpus cavernosum ซึ่งไปกระตุ้น
เอมไซด์ guanylate cylase มีผลไปเพิ่มระดับ cyclic guanosine monophoshate (cGMP) ใน
corpus cavernosum ทำให้เกิดการคลายตัวของกล้ามเนื้อเรียบมีผลทำให้เลือดไปที่อวัยวะเพศมากขึ้น
Vardenafil เป็นยา ยับยั้งเอนไซด์ PDE5 ซึ่งเป็นเอนไซด์ที่มีผลทำให้ cGMP ออกมาใน
corpus cavernosum ตัวยา vardenafil จึงไปเพิ่มฤทธิ์ที่มีผลต่อ Nitric oxide ที่ถูกปลดปล่อยจาก
corpus cavernosum ทันทีที่ได้รับการกระตุ้นทางเพศ
ดังนั้น เลวิตรา จึงเพิ่มปฎิกิริยาตอบสนองทางธรรมชาติต่อการกระตุ้นทางเพศ
ข้อบ่งใช้ :
รักษาโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศในผู้ชาย (อวัยวะเพศไม่แข็งตัวหรือแข็งไม่นานพอที่
จะมีเพศสัมพันธ์จนเป็นที่พึงพอใจ)
ข้อแนะนำในการใช้
เลวิตรา สามารถใช้ได้ทุกเมื่อตามที่ต้องการ ประมาณหนึ่งชั่วโมงก่อนมีเพศ
สัมพันธ์ และต้องมีการช่วยกระตุ้นให้แข็งตัวให้ด้วย เลวิตรา ไม่ควรทานวันละ
หนึ่งครั้งคือให้ใช้ห่างกัน 24 ชั่วโมง ผลของเลวิตราเมื่อเทียบกับไวอกร้า
– เลวิตรา ออกฤทธิ์ภายใน 16 นาที เมื่อเทียบกับไวอกร้าซึ่งใช้เวลา 30-60 นาที
– เลวิตรา สามารถรับประทานพร้อมอาหารได้ ขณะที่ไวอกร้าต้องรับประทานในขณะที่ท่องว่างเท่านั้น
– เลวิตรา ไม่มีผลข้างเคียงต่อหัวใจหรือการมองเห็น ไวอกร้ามีผลต่อหัวใจและการมองเห็น
– เลวิตรา ผ่านการทดสอบทดลองในคลินิกมายาวนานกว่าไวอกร้า
– เลวิตรา ออกฤทธิ์ได้ยาวนานกว่า 6 ชั่วโมง
– แนะนำให้รับประทาน เลวิตรา ก่อนมีเพศสัมพันธ์ 25 – 45 นาที
– อาหารหรือแอลกอฮอร์ ไม่สามารถยับยั้งการออกฤทธิ์ของ เลวิตราดังนั้นการที่จะดื่มกินอุ่นเครื่อง
ก่อนมีเพศสัมพันธ์นั้นจึงไม่มีปัญหา
– เลวิตรา มีผลข้างเคียงต่อร่างกายน้อยมากเมื่อเทียบกับไวอกร้า
ข้อห้ามใช้ :
ในผู้ป่วยที่ไวต่อส่วนประกอบในยา (ทั้งตัวยาสำคัญและตัวยาส่วนประกอบอื่นๆ)
จากผลของการยับยั้ง PDE ต่อขบวนการ nitric oxide / cGMP ยากลุ้มที่ยับยั้งเอนไซด์ PDF5 อาจจะมีผลเสริมฤทธิ์ในการลดความดันโลหิตของ nitrae ดังนั้นจึงห้ามใช้ยา เลวิตรา ร่วมกับ nitrae หรือ ยาที่ให้ nitric oxide.โดยทั่วไปห้ามใช้ยารักษาโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศในผู้ชายที่ไม่แนะนำให้มีกิจกรรมทางเพศ (เช่นผู้ป่วยที่มีความผิดปกติทางระบบหัวใจและหลอดเลือดอย่างรุนแรง ซึ่งได้แก่ ผู้ป่วยที่มีอาการปวดเค้นหัวใจ หรือหัวใจล้มเหลวรุนแรง (สมาคมแพทย์โรคหัวใจ นิวยอร์ค III หรือ IV) ห้ามใช้ยา เลวิตรา ร่วมกับยายับยั้งเอมไซด์ cytochrome P450 3A4 ที่มีความแรง (ritonavir,indinavir,ketoconazole และ itraconazole (ชนิดรับประทาน)) ในผู้ป่วยชายที่มีอายุมากกว่า 75 ปี
อาการไม่พึงประสงค์:
ได้มีการใช้ เลวิตรา ในผู้ป่วยมากกว่า 3,750 คนที่อยู่ในโครงการวิจัยทั่วโลกโดยปกติผู้ป่วยทนต่อเลวิตรา ได้ดี อาการไม่พึงประสงค์ โดยปกติจะเป็นชั่วคราวและระดับความรุนแรงน้อยถึงปานกลางขนาดยาที่รับประทาน (ขนาดยาปกติที่แนะนำ) ขนาดยาเริ่มต้นที่แนะนำคือ 10 มก. ประมาณ 25 นาที ถึง 1 ชม. ก่อนการมีกิจกรรมทางเพศ ความถี่ของขนาดยาที่แนะนำสูงสุด คือ สามารถให้ เลวิตรา วันละ 1 ครั้ง รับประทาน
เลวิตรา พร้อมอาหาร หรือเวลาท้องว่าง เมื่อรับประทานยาแล้วยังคงต้องการการกระตุ้นทางเพศเพื่อการตอบสนองทางธรรมชาติการรักษา
ช่วงของขนาดยา :
ขึ้นอยู่กับประสิทธิผลและการทนต่อยา ขนาดยาอาจเพิ่มขึ้นถึง 20 มก. หรือลดลงเหลือ 5 มก.ขนาดยาสูงสุดที่แนะนำคือ 20 มก. วันละครั้ง ขนาดยาสูงสุดไม่ควรเกิน 5 มก. เมื่อใช้ร่วมกับ erythromycin ซึ่งเป็นยายับยั้ง CYP3A4 และควรหลีกเลี่ยงการใช้ร่วมกับยายับยั้ง cytocrome P 450 (CYP) 3A4 ที่มีความแรง
เช่น ketoconazole,Itraconazole, indinavir และ ritonavir วิธีการให้ยา (โดยการรับประทาน)
คนสูงอายุ (มากกว่า 65 ปี) เนื่องจากการขจัด vardenafil ในผู้ป่วยสูงอายุลดลง ควรเริ่มต้วด้วยขนาดยา
5 มก. อาจเพิ่มขึ้นเป็น 10 และ 20 มก. ขึ้นอยู่กับการทนต่อยาและประสิทธิผล
เด็กและคนที่อายุต่ำกว่า 18 ปีไม่แนะนำให้ใช้ยา เลวิตรา .
ผู้ป่วยที่มีความผิดปกติที่ตับ ควรเริ่มต้นด้วยขนาดยา 5 มก. .ในผู้ป่วยทีมีความผิดปกติที่ตับอ่อน และ ปานกลาง (Child-Pugh A-B) ขนาดยาอาจเพิ่มเป็น 10 มก. และจนถึง 20 มก. ขึ้นอยู่กับการทนต่อยาและประสิทธิผล
ผู้ป่วยที่มีความผิดปกติที่ไต ไม่จำเป็นต้องปรับขนาด ผู้ป่วยทีมีความผิดปกติที่ไตอย่างอ่อน
(CLcr>50-80 มล./นาที) และปานกลาง (CLcr>35-50 มล./นาที)ไม่ควรใช้ยา เลวิตรา เกิน 5 มก.
ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานร่วมกับน้ำผลไม้คั้น erythromycin ซึ่งเป็นยายัยยั้งเอนไซด์ CYP3A4
คำเตือน :
1. ยานี้ไม่ใช่ยากระตุ้นอารมณ์ทางเพศ.
2. ห้ามใช้ยานี้ที่เป็นโรคหัวใจทีใช้ยาขยายหลอดเลือดกลุ่มไนเตรด เพราะอาจถึงตายได้
3. ห้ามใช้ยานี้ในเด็ก สตรี และผู้ที่เป็นโรคตับ หรือโรคไต
4. ห้ามใช้ยาเกินวันละ 1 ครั้ง
5. ห้ามใช้ยานี้ร่วมกับยารักษาโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศอื่นๆ
6. หากมีอาการผิดปกติ เช่น ความผิดปกติทางสายตา ปวดกระดูก เจ็บหน้าอก ใจสั่น หัวใจ
เต้นผิดปกติ เหงื่อออกมาก เหนื่อย เป็นลม ให้รีบพบแพย์ทันที
ขอบคุณที่มาจาก skyfruit4u

การหย่อนสมรรถภาพทางอวัยวะเพศที่ดีขึ้น Viagra หรือ Cialis?

              ยาสี่รายการได้รับการรับรองสำหรับความล่มสลายของอวัยวะเพศ ที่ดีที่สุดจะขึ้นอยู่กับความต้องการและความต้องการส่วนบุคคลของคุณ

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (Food and Drug Administration) ได้ยืนยันยาที่มีความสามารถในการแข็งตัวของอวัยวะเพศได้ 4 ชนิดซึ่งจำหน่ายภายใต้ชื่อ Viagra (sildenafil), Cialis (tadalafil), Levitra (vardenafil) และ Stendra (avanafil) พวกเขาทั้งหมดทำงานในลักษณะเดียวกันสร้างการแข็งตัวของอวัยวะเพศโดยการเพิ่มกระแสเลือดไปที่องคชาต สมานฉันท์ที่ดีที่สุดอาจขึ้นอยู่กับความชอบของคุณสำหรับการเริ่มต้นเร็วเมื่อเทียบกับระยะยาวและความต้องการของแต่ละบุคคลยาของคุณ

เปิดเผย Viagra เป็นหนึ่งในบัญชีที่ดีของความโชคดีในการปรับปรุงการยับยั้งชั่งใจ ในช่วงปี 1980 องค์กรเภสัชกรรม Pfizer เริ่มตรวจซีดเดอร์ซึ่งเป็นชื่อเฉพาะของ Viagra เพื่อเป็นการรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจ มันไม่ได้ผล แต่ผู้ชายในการตรวจร่างกายก็แข็งตัวขึ้นอย่างผิดปกติการแข็งตัวที่เชื่อถือได้ ส่วนที่เหลือเป็นประวัติศาสตร์

ทุกหนึ่งในสี่ของยาที่ได้รับการรับรองในปัจจุบันดูเหมือนจะดีเหมือนกันในการส่งมอบการแข็งตัว อย่างไรก็ตามการประเมินความมีชีวิตของพวกเขาเป็นเรื่องยากที่จะทำให้เสร็จสมบูรณ์ได้เนื่องจากมีการตรวจสอบเพียงเล็กน้อยโดยเฉพาะที่ตรงกันข้ามกับพวกเขาซึ่งเป็นปัญหาทั่วไปที่มีการใช้ยาจำนวนมาก

เนื่องจากแต่ละยาทั้ง 4 ชนิดมีลักษณะที่น่าสนใจมากการตอบสนองต่อการทำให้สงบซึ่งดีที่สุดจะขึ้นอยู่กับลักษณะที่แตกต่างกันเช่นปฏิกิริยาสัมพันธภาพที่สงบและความเร็วในการเริ่มต้นและความยาวของกิจกรรม

อาการคล้ายกับยาทั้ง 4 ชนิด ความเจ็บปวดของสมองอาการชักโครกและกระเพาะอาหารเป็นเรื่องที่เป็นที่รู้จักมากที่สุด มีอะไรมากกว่าในกรณีที่ไม่ธรรมดาทั้งหมดอาจทำให้เกิดการแข็งค่าคงที่และบางคราวที่ไม่ได้ลงไปสภาพที่ถือว่าเป็น priapism ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดอันตรายได้นานถ้าไม่ได้รับการรักษาทันที

ความร่วมมือในด้านยาอยู่ในระดับที่ดีมากโดยเปรียบเทียบกับความร่วมมือที่สำคัญที่สุดที่เป็นข้อห้ามสำหรับยาที่มีไนเทรตเช่น nitroglycerin ซึ่งมักใช้ในการรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ

เวลาเริ่มต้นเป็นความแตกต่างที่สำคัญระหว่างยา แม้ว่าผลลัพธ์ทั้งหมดจะทำให้ได้ผลภายใน 60 นาที แต่ Stendra เป็นตัวที่เร็วที่สุดและมักสร้างผลลัพธ์ภายใน 15 นาที

ระยะเวลาของกิจกรรมเป็นอีกหนึ่งความแตกต่างที่สำคัญระหว่างยา Cialis เป็นนักแสดงที่ยาวนานที่สุดโดยมีระยะเวลาถึง 36 ชั่วโมง ช่วงยาวของ Cialis บ่งบอกว่ามีแนวโน้มที่จะกินวันละครั้งโดยไม่จำเป็นต้องกินยาก่อนที่จะมีประสบการณ์ทางเพศ การให้ยาวันละครั้งดังกล่าวได้รับการพิจารณาเพื่อเพิ่มความมั่นใจในตนเองทางเพศและความฉับไว

ซึ่งสงบเงียบดีขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของคุณเอง สำหรับความเร็วของการเริ่มต้น Stendra อาจเหมาะ สำหรับความยาวและความฉับไว Cialis อาจเหมาะ ตามปกติการตอบสนองที่เหมาะสมต้องมาจากผู้เชี่ยวชาญของคุณซึ่งสามารถประเมินความเข้าใจในปัจจัยต่างๆและช่วยในการพิจารณาว่าเหมาะกับคุณอย่างไร

 

 

 

ขอบคุณที่มาจาก noprescription

 

Viagra: การทดลองทางคลินิกใหม่รักษามะเร็ง

          Viagra: การทดลองทางคลินิกใหม่รักษามะเร็ง

ไม่ว่าคุณจะใช้หรือจำเป็นต้องใช้หรือไม่ก็ตามคุณก็รู้ว่า Viagra เป็นอย่างไรและใช้อะไรบ้าง สิ่งที่คุณอาจไม่ทราบก็คือว่ามันถูกพัฒนาขึ้นมาเป็นยากลุ่มหนึ่งที่เรียกว่า phosphodiesterase 5 selective phosphoryl หรือ PDE5 ซึ่งเป็นยาที่ใช้ในการรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ มันไม่ได้จนกว่าผลข้างเคียงที่สำคัญของการแข็งตัวอวัยวะเพศชายถูกเปิดเผยว่าพวกเขาถูก repurposed สำหรับการรักษาความผิดปกติลุก คุณอาจเคยได้ยินชื่อแบรนด์อื่น ๆ ของพวกเขา – Cialis และ Levitra

หลังจากถูกนำมาใช้ใหม่เพื่อรักษาความผิดปกติของระบบประสาทการแข็งตัวของอวัยวะเพศเป็นครั้งที่ 3 ในการรักษาความดันโลหิตสูงในปอด ขณะนี้โครงการ Repurposing Drugs in Oncology (ReDO) ได้ตีพิมพ์บทความของพวกเขาในวารสาร eCancerMedicalScience ฉบับเปิดเมื่อเดือนเมษายน 11 ซึ่งระบุว่าสารยับยั้ง PDE5 กำลังดำเนินการทดลองทางคลินิกใหม่สำหรับการรักษาโรคมะเร็งเฉพาะชนิดเช่น glioblastoma multiforme ซึ่งเป็นที่พบมากที่สุดและมากที่สุด เนื้องอกในสมองร้ายแรงที่มีอัตราการรอดชีวิตเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 12 เดือนซึ่งความก้าวหน้าด้านการรักษาพยาบาลจำเป็นอย่างมาก นี่คือการทดลองทางคลินิก 4th สำหรับวันที่เพื่อใช้การรักษาซ้ำ

เรื่องราวเบื้องหลังที่นำไปสู่การทดลองเหล่านี้เป็นยาเนื้องอกวิทยา?

               รายงานฉบับแรกของกิจกรรมต้านมะเร็งของสารยับยั้ง PDE5 ในคนถูกตีพิมพ์ใน 2004 Treon et al เผยแพร่รายงานจากห้ากรณีที่ผู้ป่วยที่ทุกข์ทรมานจาก macroglobulinemia Waldenstrom ของ B มะเร็งเซลล์ผิดปกติและรักษาไม่หายตอบสนองต่อการรักษาด้วย sildenafil (Viagra) กรณีแรกคือชายชราที่อายุสิบเก้าปีซึ่งแสดงอาการตอบสนองอย่างสมบูรณ์เมื่อเริ่มใช้ยา sildenafil เพื่อรักษาความผิดปกติของระบบประสาท เมื่อสังเกตเห็นผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิดนี้พบว่ามี 4 กรณีที่พบในคลินิกเดียวกันทั้ง 4 กรณีแสดงการลดระดับของอิมมูโนโกลบูลิน M (IgM) ในซีรัม การวิเคราะห์ทางอวัยวะอื่น ๆ แสดงให้เห็นว่า sildenafil มีความเข้มข้นเฉพาะทำให้เกิดการตายของเซลล์มะเร็งในเซลล์ lymphoplasmacytic จากผู้ป่วยทั้งห้าราย ”

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมามีการทดลองกับมะเร็งชนิดต่อไปนี้ด้วยผลดี:

  • เต้านม
  • ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก
  • เกี่ยวกับกระเพาะอาหาร
  • Glioma
  • ตับ
  • ปอด
  • มะเร็งต่อมน้ำเหลือง
  • medulloblastoma
  • melanoma
  • เกี่ยวกับตับอ่อน
  • ต่อมลูกหมาก
  • ไทรอยด์

การศึกษาดำเนินการควบคู่ไปกับยาอื่น ๆ ที่มีปริมาณมาก ๆ กับมะเร็งชนิดต่างๆ รายงานยังกล่าวอีกว่า “หลักฐานจากการทดลองในหลอดทดลองการศึกษาในมนุษย์และในมนุษย์ที่ระบุไว้ข้างต้นแสดงให้เห็นว่าได้รับอนุญาต PDE5 inhibitors sildenafil (Viagra), vardenafil (Levitra) และ tadalafil (Cialis) มีผลต้านมะเร็งที่แตกต่างกัน อาจมีค่าบำบัดในการตั้งค่าทางคลินิกที่แตกต่างกัน แม้ว่าจะมีการอธิบายถึงกลไกการทำงานที่แตกต่างกัน แต่ลักษณะทางภูมิคุ้มกันและการรักษาของยาเหล่านี้มีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เราทราบจำนวนและช่วงที่กำลังดำเนินการของการวิจัยทางคลินิกที่กำลังดำเนินอยู่เพื่อสำรวจกิจกรรมเหล่านี้ในการต่อต้านมะเร็ง PDE5 โดยเฉพาะอย่างยิ่งยาเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเสริมสร้างการรักษามะเร็งที่มีอยู่ ”

บทความนี้ยังได้สำรวจปัญหาที่พบว่าการหาตัวแทน / ยาใหม่ที่ข้ามเส้นเลือดสมองเป็นสิ่งท้าทายที่ จำกัด ขอบเขตของยาที่ใช้ในการรักษาเนื้องอกในสมอง PDE5 inhibitors สามารถทำเช่นนี้ได้ ดังนั้นพวกเขาเป็นผู้สมัครที่เข้มแข็งมากสำหรับตัวแทนการต่อสู้กับโรคมะเร็ง ความหวังของนักวิจัยคือบทความนี้จะมีขึ้น

 

 

 

 

 

 

ขอบคุณที่มาจาก livepast100well

ความปลอดภัยในการใช้ยารักษาอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ

 

 

               ภาวะบกพร่องของการแข็งตัวขององคชาตหรืออาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศนั้น มีการรักษาได้หลากหลายวิธี แต่วิธีที่ได้รับความนิยมคือการรักษาโดยการใช้ยาขยายหลอดเลือดขององคชาต ยิ่งในปัจจุบันราคายาต่อเม็ดมีราคาที่ถูกลง ทำให้มีการใช้ยาอย่างแพร่หลายมากขึ้น แต่ผู้ที่มีอาการหลายๆคนก็ยังมีความรู้สึกกล้าๆกลัวๆในการใช้ยาว่าจะมีความปลอดภัยหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนไข้ที่มีโรคประจำตัวมากๆ ก็อาจทำให้มีความกังวลถึงความปลอดภัยในการใข้ยากลุ่มนี้

สาเหตุของอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศหรือการที่อวัยวะเพศไม่แข็งตัวในชายสูงวัยนั้น ส่วนใหญ่เกิดจากความเสื่อมของหลอดเลือดและเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงบริเวณอวัยะเพศ ทำให้เส้นเลือดไม่สามารฃถขยายตัวได้เต็มที่และนานพอเมื่อมีความต้องการทางเพศ ผลที่ตามมาคืออวัยวะเพศไม่แข็งตัวหรือแข็งตัวได้ไม่เต็มที่หรือแข็งตัวได้ไม่นานพอที่จะมีเพศสัมพันธ์ได้สำเร็จ นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆอีก เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง การสูบบุหรี่ การดื่มเหล้าเป็นต้น ปัจจัยเสี่ยงต่างๆเหล่านี้ส่งผลกระทบถึงการทำงานระบบประสาทและหลอดเลือด ทำให้อาการเป็นมากขึ้น รุนแรงขึ้นและส่งผลให้การรักษายากขึ้น ดังนั้นในคนที่อายุน้อยและยังไม่มีอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศสามารถป้องกันตนเองได้โดยการหมั่นดูแลสุขภาพ ทานอาหารและออกกำลังกายให้เหมาะสม งดการสูบบุหรี่ และการดื่มเหล้า หรือในคนที่เป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงหรือไขมันในเลือดสูงแล้ว ก็ต้องพยายามควบคุมความดันโลหิต ระดับน้ำตาลในเลือดหรือระดับไขมันในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติเพื่อชะลอการเกิดความบกพร่องของการแข็งตัวขององคชาตในอนาคต

 

สำหรับการรักษาโดยการใช้ยาขยายหลอดเลือดองคชาตเป็นการรักษาที่แพร่หลาย เพราะสะดวก รับประทานง่าย ยาออกฤทธิ์ค่อนข้างเร็ว และได้ผลค่อนข้างดีในคนไข้ส่วนใหญ่ ยากลุ่มนี้ปัจจุบันมีหลายชนิด แต่คนส่วนใหญ่มักจะรู้จักในชื่อไวอากร้า(Viagra®) เพราะเป็นยาตัวแรกสุดในกลุ่มนี้ ชื่อสามัญของยาคือซิลเดนาฟิล (Sildenafil)ยาตัวอื่นๆในกลุ่มนี้คือ วาเดนาฟิล(Vardenafil, Levitra®) และ ทาดาลาฟิล(Tadalafil, Cialis®)ปัจจุบันในประเทศไทยสามารถผลิตยา Sildenafil ได้เองทำให้ราคายาถูกลงค่อนข้างมาก ชื่อทางการค้าคือซิเดกร้า(Sidegra®)ขนาดยาเริ่มต้นที่แนะนำให้ทานสำหรับยาซิลเดนาฟิลคือ 50 มิลลิกรัม หลังจากรับประทานยา ยาจะไปยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ Phosphodiesterase type 5ผลคือยาจะไปออกฤทธิ์ช่วยให้หลอดเลือดบริเวณองคชาตขยายตัวได้ดีขึ้น เลือดแดงไปเลี้ยงองคชาตได้มากขึ้น เกิดการคั่งของเลือดแดงในองคชาตมากขึ้น ทำให้การแข็งตัวดีขึ้น ดังนั้นด้วยกลไกการออกฤทธิ์ของยา ยากลุ่มนี้จึงไม่ใช่ยากระตุ้นให้เกิดอารมณ์ทางเพศอย่างที่หลายคนเข้าใจกัน แต่ยาจะช่วยให้การแข็งตัวขององคชาตดีขึ้น ผู้ป่วยส่วนใหญ่ใช้ยากลุ่มนี้แล้วได้ผลเป็นที่น่าพอใจ การใช้ยาให้ได้ผลดีต้องมีการรับประทานยาให้ถูกวิธี กล่าวคือ ควรรับประทานยาก่อนมีเพศสัมพันธ์ประมาณครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมง ควรรับประทานยาช่วงท้องว่างเพื่อช่วยเพิ่มการดูดซึมของยา ไม่ควรทานยาพร้อมเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์

สำหรับความวิตกกังวลว่าใช้ยาแล้วจะมีความปลอดภัยหรือไม่ ใช้ยาแล้วจะเป็นอันตรายต่อโรคหัวใจหรือทำให้หัวใจวายหรือไม่นั้น จากการศึกษาพบว่ายากลุ่มนี้ไม่ได้ทำให้ผู้ป่วยที่ใช้ยาเป็นโรคหัวใจเพิ่มมากขึ้น แต่เนื่องจากกลไกการออกฤทธิ์ของยาที่มีผลขยายหลอดเลือดบริเวณองคชาต อาจมีผลทำให้หลอดเลือดบริเวณอื่นในร่างกายมีการขยายตัวได้บ้าง จึงเป็นข้อห้ามในการใช้ยากลุ่มนี้ในผู้ป่วยโรคหัวใจที่ทานยาขยายหลอดเลือดหัวใจกลุ่มไนเตรท (Nitrate) ทุกตัว เพราะยาสองกลุ่มนี้จะเสริมฤทธิ์กัน ทำให้หลอดเลือดมีการขยายขนาดมากกว่าปกติ เกิดภาวะความดันโลหิตต่ำเข้าสู่ภาวะชอคและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ดังนั้นผู้ป่วยรายใดที่รับประทานยาขยายหลอดเลือดหัวใจกลุ่มNitrate อยู่ห้ามทานยาขยายหลอดเลือดองคชาตครับ แต่ถ้ารักษาโรคหัวใจจนมีอาการดีขึ้นจนสามารถหยุดยากลุ่ม Nitrate ได้แล้ว ควรหยุดยากลุ่ม Nitrate เป็นเวลาอย่างน้อยสองสัปดาห์ขึ้นไปถึงจะเริ่มรับประทานยาขยายหลอดเลือดองคชาตได้ ในกรณีที่ผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือดที่มีอาการเจ็บแน่นหน้าอกหลังจากรับประทานยาขยายหลอดเลือดองคชาต ให้รีบหยุดกิจกรรมที่ทำอยู่ถ้าอาการเจ็บหน้าอกไม่ดีขึ้นให้รีบไปพบแพทย์ทันที และแจ้งแพทย์ที่ให้การรักษาด้วยว่ารับประทานยาขยายหลอดเลือดองคชาตเพื่อหลีกเลี่ยงการให้ยาในกลุ่มขยายหลอดเลือดหัวใจเป็นการป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับตัวผู้ป่วยเอง

สำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจที่ไม่ได้ทานยาขยายหลอดเลือดหัวใจ แต่ยังมีอาการของโรคหัวใจที่ไม่คงที่ เช่นเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดที่ยังมีอาการเจ็บหน้าอกอยู่เป็นระยะๆ ความดันโลหิตสูงที่ยังควบคุมไม่ได้ หรือเพิ่งเป็นกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดมาไม่ถึงสองสัปดาห์เป็นต้น ในผู้ป่วยกลุ่มนี้ก็ยังไม่ควรใช้ยาขยายหลอดเลือดองคชาต ควรรักษาโรคหัวใจให้อาการดีขึ้นและคงที่ก่อนค่อยเริ่มใช้ยาสำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจที่ไม่แน่ใจว่าโรคหัวใจที่ตนเองเป็นอยู่หรือยาโรคหัวใจที่ตนเองรับประทานอยู่เป็นประจำนั้นมีความปลอดภัยเพียงพอหรือไม่ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนและควรนำประวัติการรักษารวมถึงยาที่รับประทานอยู่ทั้งหมดไปด้วยเพื่อที่แพทย์จะได้ประเมินความปลอดภัยในการใข้ยา รวมถึงให้การรักษาโรคประจำตัวอื่นๆของผู้ป่วยควบคู่กันไป ซึ่งจะเป็นผลดีต่อสุขภาพของผู้ป่วยโดยรวมด้วยครับ

 

 

 

 

ขอบคุณที่มาจาก rama