Viagra vs Cialis vs Levitra ยาตัวไหนดีที่สุด?

Viagra vs Cialis vs Levitra ยาตัวไหนดีที่สุด???

มีซองคำถามมายังเภสัชกรว่ายารักษาโรค ED หรือภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ เกิดโดยที่อวัยวะเพศไม่สามารถแข็งตัวได้อย่างเพียงพอที่จะมีเพศสัมพันธ์ (erectile dysfunction) ในผู้ชายน่านเอง เค้าอยากรู้ว่ายาแต่ละตัวต่างกันอย่างไร กิน 1 เม็ดเท่ากัน ออกฤทธิ์เหมือนกันป่าว

ชนิดไหน กินแล้ว อวัยวะเพศแข็งตัวเลย หรือแข็งตัวเร็วกว่า แล้วๆๆ…

ออกฤทธิ์นาน กี่ ชม. และ สุดท้าย ขยันถามจริงๆ กินต่อเนื่องทุกวัน จะเป็นอันตรายไหมครับ

ยารักษาโรคอวัยวะเพศไม่แข็งตัวหรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่าโรคอีดี (Erectile dysfunction, #ED) ที่องค์การอาหารและยารับรอง ซึ่งมี 3 ตัว ได้แก่ #Sildenafilacetate (Viagra), #Vardenafil hydrochloride (Levitra) และ #Tadalafil (Cialis) ขอตอบแบบเภสัชกรตามข้อมูลที่เป็นทางการนะครับ และไม่แนะนำให้ไปหายามาซื้อกินเอง หากมีปัญหาดังกล่าว แวะไปหาคุณหมอใจดีเพื่อขอคำปรึกษาได้เลยนะครับ

#ยาออกฤทธิ์อย่างไร??
ยาทั้ง 3 ตัวนี้ เป็นยาประเภทเดียวกัน โดยออกฤทธิ์ห้ามการทำงานของ Penile-specific phosphodiesterase type 5 (PDE-5) ทำให้เพิ่มสารที่ชื่อ Nitric oxide-cyclic GMP ส่งผลทำให้เส้นเลือดขยาย และกล้ามเนื้อ cavernous ของอวัยวะเพศชายขยายตัว ยาเหล่านี้ใช้ได้ผลดี ทำให้อวัยวะเพศแข็งตัวจนใช้งานได้ ร้อยละ 50-90 แล้ว แต่จะศึกษาวิจัยในคนกลุ่มไหน เช่นในกลุ่มคนที่เป็นโรคเบาหวาน อาจจะได้ผลดี เพียงร้อยละ 50-60 ขณะที่กลุ่มคนที่ไม่มีโรค ได้ผลดีร้อยละ 90

#ยาแต่ละตัวต่างกันมั้ย???
ไวอากร้าผ่านการรับรองและใช้กันอย่างแพร่หลายมานานกว่า 7 ปี (อย.ของอเมริกา รับรองปี 1998) จึงมีข้อมูลการใช้ยามากกว่า Levitra และ Cialis ซึ่งใช้มานาน 3 ปี (รับรองปี 2003) ยาทั้ง 3 ตัวมีข้อดีกว่ายาฉีดซึ่งฉีดปุ๊บอวัยวะเพศจะแข็งปั๊บคือต้องมีการกระตุ้นทางเพศจึงจะมีการแข็งตัว โดยรายละเอียดอาจจะต่างกันบ้าง เช่น ไวอากร้ากินจำนวน 50-100 มิลลิกรัม ในขณะท้องว่าง และระมัดระวังไม่กินอาหารมีไขมัน 1 ชั่วโมงก่อนมีเพศสัมพันธ์ Levitra กินจำนวน 10-20มิลลิกรัม ไม่ต้องงดอาหารแต่ระมัดระวังไม่กินอาหารมีไขมัน ส่วน Cialis กินจำนวน 5-10 มิลลิกรัม ไม่เกี่ยวกับอาหาร และมีข้อดีคือ ยาออกฤทธิ์นานถึง 36 ชั่วโมง ดังนั้นสามารถวางแผนมีเพศสัมพันธ์ได้ง่ายกว่า

#ผลข้างเคียง
ของยาทั้ง 3 จากฤทธิ์การขยายเส้นเลือด อาจทำให้อาจเกิดอาการปวดหัว หน้าแดง แน่นท้อง คลื่นไส้ คัดจมูก และปัจจุบันมีรายงานการมองเห็นภาพเสื่อมลงจากการรับประทานไวอากร้า ซึ่งสันนิษฐานว่าเกิดจากขาดเลือดไปเลี้ยงที่ประสาทตา (Optic nerve) แต่ยาอีกสองตัวยังไม่มีรายงาน

#ข้อห้ามใช้
ห้ามใช้ยาทั้ง 3 ตัวนี้ในผู้ป่วยโรคหัวใจที่เพิ่งเกิดหัวใจขาดเลือดหรือหัวใจวาย หรือกำลังใช้ยาจำพวก Nitroglycerin หรือยาที่มีส่วนผสมของไนเตรท ที่มีผลทำให้เส้นเลือดขยายอยู่แล้ว เพราะจะทำให้เกิดความดันโลหิตต่ำ จนถึงแก่ชีวิตได้

#ข้อควรระวัง สำคัญผุดๆ

ไม่ควรซื้อยารับประทานเอง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยา และควรระมัดระวังการใช้ยาทั้ง 3 ร่วมกับยาชนิดอื่น ซึ่งอาจจะเกิดปัญหาเช่น ไม่ควรรับประทานไวอากร้า ร่วมกับยา Cardura (ยารักษาโรคความดันโลหิตสูง) หรือ alpha-blockers(ยารักษาโรคต่อมลูกหมากโต) หรือร่วมกับยาที่มีผลต่อตับ (Viagra ถูกทำลายฤทธิ์ที่ตับ) เช่น Erythromycin (ยาปฏิชีวนะ) cimetidine (ยาลดกรด) ketoconazole(ยารักษาเชื้อรา) ฯลฯ

 

 

 

 

ขอบคุณทีมา oknation

#Viagra vs #Cialis vs #Levitra ยาตัวไหนดีที่สุด???

                                     #Viagra vs #Cialis vs #Levitraยาตัวไหนดีที่สุด???

มีซองคำถามมายังเภสัชกรว่ายารักษาโรค ED หรือภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ เกิดโดยที่อวัยวะเพศไม่สามารถแข็งตัวได้อย่างเพียงพอที่จะมีเพศสัมพันธ์ (erectile dysfunction) ในผู้ชายน่านเอง เค้าอยากรู้ว่ายาแต่ละตัวต่างกันอย่างไร กิน 1 เม็ดเท่ากัน ออกฤทธิ์เหมือนกันป่าว

ชนิดไหน กินแล้ว อวัยวะเพศแข็งตัวเลย หรือแข็งตัวเร็วกว่า แล้วๆๆ…

ออกฤทธิ์นาน กี่ ชม. และ สุดท้าย ขยันถามจริงๆ กินต่อเนื่องทุกวัน จะเป็นอันตรายไหมครับ

ยารักษาโรคอวัยวะเพศไม่แข็งตัวหรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่าโรคอีดี (Erectile dysfunction, #ED) ที่องค์การอาหารและยารับรอง ซึ่งมี 3 ตัว ได้แก่ #Sildenafilacetate (Viagra), #Vardenafil hydrochloride (Levitra) และ #Tadalafil (Cialis) ขอตอบแบบเภสัชกรตามข้อมูลที่เป็นทางการนะครับ และไม่แนะนำให้ไปหายามาซื้อกินเอง หากมีปัญหาดังกล่าว แวะไปหาคุณหมอใจดีเพื่อขอคำปรึกษาได้เลยนะครับ

#ยาออกฤทธิ์อย่างไร??
ยาทั้ง 3 ตัวนี้ เป็นยาประเภทเดียวกัน โดยออกฤทธิ์ห้ามการทำงานของ Penile-specific phosphodiesterase type 5 (PDE-5) ทำให้เพิ่มสารที่ชื่อ Nitric oxide-cyclic GMP ส่งผลทำให้เส้นเลือดขยาย และกล้ามเนื้อ cavernous ของอวัยวะเพศชายขยายตัว ยาเหล่านี้ใช้ได้ผลดี ทำให้อวัยวะเพศแข็งตัวจนใช้งานได้ ร้อยละ 50-90 แล้ว แต่จะศึกษาวิจัยในคนกลุ่มไหน เช่นในกลุ่มคนที่เป็นโรคเบาหวาน อาจจะได้ผลดี เพียงร้อยละ 50-60 ขณะที่กลุ่มคนที่ไม่มีโรค ได้ผลดีร้อยละ 90 

#ยาแต่ละตัวต่างกันมั้ย???
ไวอากร้าผ่านการรับรองและใช้กันอย่างแพร่หลายมานานกว่า 7 ปี (อย.ของอเมริกา รับรองปี 1998) จึงมีข้อมูลการใช้ยามากกว่า Levitra และ Cialis ซึ่งใช้มานาน 3 ปี (รับรองปี 2003) ยาทั้ง 3 ตัวมีข้อดีกว่ายาฉีดซึ่งฉีดปุ๊บอวัยวะเพศจะแข็งปั๊บคือต้องมีการกระตุ้นทางเพศจึงจะมีการแข็งตัว โดยรายละเอียดอาจจะต่างกันบ้าง เช่น ไวอากร้ากินจำนวน 50-100 มิลลิกรัม ในขณะท้องว่าง และระมัดระวังไม่กินอาหารมีไขมัน 1 ชั่วโมงก่อนมีเพศสัมพันธ์ Levitra กินจำนวน 10-20มิลลิกรัม ไม่ต้องงดอาหารแต่ระมัดระวังไม่กินอาหารมีไขมัน ส่วน Cialis กินจำนวน 5-10 มิลลิกรัม ไม่เกี่ยวกับอาหาร และมีข้อดีคือ ยาออกฤทธิ์นานถึง 36 ชั่วโมง ดังนั้นสามารถวางแผนมีเพศสัมพันธ์ได้ง่ายกว่า 

#ผลข้างเคียง
ของยาทั้ง 3 จากฤทธิ์การขยายเส้นเลือด อาจทำให้อาจเกิดอาการปวดหัว หน้าแดง แน่นท้อง คลื่นไส้ คัดจมูก และปัจจุบันมีรายงานการมองเห็นภาพเสื่อมลงจากการรับประทานไวอากร้า ซึ่งสันนิษฐานว่าเกิดจากขาดเลือดไปเลี้ยงที่ประสาทตา (Optic nerve) แต่ยาอีกสองตัวยังไม่มีรายงาน 

#ข้อห้ามใช้ 
ห้ามใช้ยาทั้ง 3 ตัวนี้ในผู้ป่วยโรคหัวใจที่เพิ่งเกิดหัวใจขาดเลือดหรือหัวใจวาย หรือกำลังใช้ยาจำพวก Nitroglycerin หรือยาที่มีส่วนผสมของไนเตรท ที่มีผลทำให้เส้นเลือดขยายอยู่แล้ว เพราะจะทำให้เกิดความดันโลหิตต่ำ จนถึงแก่ชีวิตได้ 

#ข้อควรระวัง สำคัญผุดๆ

ไม่ควรซื้อยารับประทานเอง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยา และควรระมัดระวังการใช้ยาทั้ง 3 ร่วมกับยาชนิดอื่น ซึ่งอาจจะเกิดปัญหาเช่น ไม่ควรรับประทานไวอากร้า ร่วมกับยา Cardura (ยารักษาโรคความดันโลหิตสูง) หรือ alpha-blockers(ยารักษาโรคต่อมลูกหมากโต) หรือร่วมกับยาที่มีผลต่อตับ (Viagra ถูกทำลายฤทธิ์ที่ตับ) เช่น Erythromycin (ยาปฏิชีวนะ) cimetidine (ยาลดกรด) ketoconazole(ยารักษาเชื้อรา) ฯลฯ

 

 

 

ขอบคุณที่มาจาก genericvardenafillevitra

#Viagra vs #Cialis vs #Levitra ยาตัวไหนดีที่สุด???

#Viagra vs #Cialis vs #Levitraยาตัวไหนดีที่สุด???

มีซองคำถามมายังเภสัชกรว่ายารักษาโรค ED หรือภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ เกิดโดยที่อวัยวะเพศไม่สามารถแข็งตัวได้อย่างเพียงพอที่จะมีเพศสัมพันธ์ (erectile dysfunction) ในผู้ชายน่านเอง เค้าอยากรู้ว่ายาแต่ละตัวต่างกันอย่างไร กิน 1 เม็ดเท่ากัน ออกฤทธิ์เหมือนกันป่าว

ชนิดไหน กินแล้ว อวัยวะเพศแข็งตัวเลย หรือแข็งตัวเร็วกว่า แล้วๆๆ…

ออกฤทธิ์นาน กี่ ชม. และ สุดท้าย ขยันถามจริงๆ กินต่อเนื่องทุกวัน จะเป็นอันตรายไหมครับ

ยารักษาโรคอวัยวะเพศไม่แข็งตัวหรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่าโรคอีดี (Erectile dysfunction, #ED) ที่องค์การอาหารและยารับรอง ซึ่งมี 3 ตัว ได้แก่ #Sildenafilacetate (Viagra), #Vardenafil hydrochloride (Levitra) และ #Tadalafil (Cialis) ขอตอบแบบเภสัชกรตามข้อมูลที่เป็นทางการนะครับ และไม่แนะนำให้ไปหายามาซื้อกินเอง หากมีปัญหาดังกล่าว แวะไปหาคุณหมอใจดีเพื่อขอคำปรึกษาได้เลยนะครับ

#ยาออกฤทธิ์อย่างไร??
ยาทั้ง 3 ตัวนี้ เป็นยาประเภทเดียวกัน โดยออกฤทธิ์ห้ามการทำงานของ Penile-specific phosphodiesterase type 5 (PDE-5) ทำให้เพิ่มสารที่ชื่อ Nitric oxide-cyclic GMP ส่งผลทำให้เส้นเลือดขยาย และกล้ามเนื้อ cavernous ของอวัยวะเพศชายขยายตัว ยาเหล่านี้ใช้ได้ผลดี ทำให้อวัยวะเพศแข็งตัวจนใช้งานได้ ร้อยละ 50-90 แล้ว แต่จะศึกษาวิจัยในคนกลุ่มไหน เช่นในกลุ่มคนที่เป็นโรคเบาหวาน อาจจะได้ผลดี เพียงร้อยละ 50-60 ขณะที่กลุ่มคนที่ไม่มีโรค ได้ผลดีร้อยละ 90 

#ยาแต่ละตัวต่างกันมั้ย???
ไวอากร้าผ่านการรับรองและใช้กันอย่างแพร่หลายมานานกว่า 7 ปี (อย.ของอเมริกา รับรองปี 1998) จึงมีข้อมูลการใช้ยามากกว่า Levitra และ Cialis ซึ่งใช้มานาน 3 ปี (รับรองปี 2003) ยาทั้ง 3 ตัวมีข้อดีกว่ายาฉีดซึ่งฉีดปุ๊บอวัยวะเพศจะแข็งปั๊บคือต้องมีการกระตุ้นทางเพศจึงจะมีการแข็งตัว โดยรายละเอียดอาจจะต่างกันบ้าง เช่น ไวอากร้ากินจำนวน 50-100 มิลลิกรัม ในขณะท้องว่าง และระมัดระวังไม่กินอาหารมีไขมัน 1 ชั่วโมงก่อนมีเพศสัมพันธ์ Levitra กินจำนวน 10-20มิลลิกรัม ไม่ต้องงดอาหารแต่ระมัดระวังไม่กินอาหารมีไขมัน ส่วน Cialis กินจำนวน 5-10 มิลลิกรัม ไม่เกี่ยวกับอาหาร และมีข้อดีคือ ยาออกฤทธิ์นานถึง 36 ชั่วโมง ดังนั้นสามารถวางแผนมีเพศสัมพันธ์ได้ง่ายกว่า 

#ผลข้างเคียง
ของยาทั้ง 3 จากฤทธิ์การขยายเส้นเลือด อาจทำให้อาจเกิดอาการปวดหัว หน้าแดง แน่นท้อง คลื่นไส้ คัดจมูก และปัจจุบันมีรายงานการมองเห็นภาพเสื่อมลงจากการรับประทานไวอากร้า ซึ่งสันนิษฐานว่าเกิดจากขาดเลือดไปเลี้ยงที่ประสาทตา (Optic nerve) แต่ยาอีกสองตัวยังไม่มีรายงาน 

#ข้อห้ามใช้ 
ห้ามใช้ยาทั้ง 3 ตัวนี้ในผู้ป่วยโรคหัวใจที่เพิ่งเกิดหัวใจขาดเลือดหรือหัวใจวาย หรือกำลังใช้ยาจำพวก Nitroglycerin หรือยาที่มีส่วนผสมของไนเตรท ที่มีผลทำให้เส้นเลือดขยายอยู่แล้ว เพราะจะทำให้เกิดความดันโลหิตต่ำ จนถึงแก่ชีวิตได้ 

#ข้อควรระวัง สำคัญผุดๆ

ไม่ควรซื้อยารับประทานเอง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยา และควรระมัดระวังการใช้ยาทั้ง 3 ร่วมกับยาชนิดอื่น ซึ่งอาจจะเกิดปัญหาเช่น ไม่ควรรับประทานไวอากร้า ร่วมกับยา Cardura (ยารักษาโรคความดันโลหิตสูง) หรือ alpha-blockers(ยารักษาโรคต่อมลูกหมากโต) หรือร่วมกับยาที่มีผลต่อตับ (Viagra ถูกทำลายฤทธิ์ที่ตับ) เช่น Erythromycin (ยาปฏิชีวนะ) cimetidine (ยาลดกรด) ketoconazole(ยารักษาเชื้อรา) ฯลฯ 

 

 

 

 

 

ขอบคุณที่มาจาก oknation.nationtv